ปักกิ่งสั่ง ‘เบรกดีล 2 พันล้านดอลลาร์’ ที่ Meta เตรียมฮุบสตาร์ตอัป AI ดาวรุ่งจีนอย่าง Manus เพื่อปิดทางไม่ให้เทคโนโลยีสำคัญไหลออกไปสหรัฐ สะท้อนชัดว่า ในสายตาจีน AI ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ ‘สินทรัพย์ยุทธศาสตร์’
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนตัดสินใจสั่ง “บล็อก” ดีลที่ Meta Platforms เข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัป AI เชิงเอเจนต์สัญชาติจีนอย่าง “Manus” มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสกัดไม่ให้เทคโนโลยีสำคัญของจีนไหลไปยังสหรัฐ
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ออกคำสั่งยกเลิกดีลดังกล่าวผ่านแถลงการณ์สั้น ๆ เมื่อวันจันทร์ โดยระบุเพียงบรรทัดเดียวว่า ได้ตัดสินใจ “ห้ามการลงทุนจากต่างชาติ” ในสตาร์ตอัปแห่งนี้ ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
คำตัดสินนี้ มีแนวโน้มจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภาค AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของจีน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมสำคัญระหว่างปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ กับปธน.สีของจีน
เขอ เยียน นักวิเคราะห์เทคโนโลยีจาก DZT Research ในสิงคโปร์ กล่าวว่า “การบล็อก Manus คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะแม้ Manus จะจดทะเบียนในสิงคโปร์ และผู้ก่อตั้งก็อยู่ที่นี่ แต่สุดท้ายก็ยังถูกดึงกลับไปอยู่ภายใต้อำนาจของปักกิ่ง สัญญาณจากจีนชัดเจนว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า นิติบุคคลตั้งอยู่ที่ไหน”
คำสั่งนี้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อ Meta ที่กำลังแข่งขันด้าน AI กับคู่แข่งอย่าง Microsoft, Alphabet เจ้าของ Google รวมถึง OpenAI และ Anthropic
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า Meta จะ “ถอนดีล” นี้อย่างไร เพราะพนักงานของ Manus จำนวนมากได้ย้ายเข้าร่วมงานกับ Meta แล้ว เงินลงทุนก็ถูกโอนเสร็จสิ้น และผู้บริหารของสตาร์ตอัปก็เข้าร่วมทีม AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัท
พนักงาน Manus ได้ย้ายเข้าไปทำงานในสำนักงาน Meta ที่สิงคโปร์แล้ว ขณะที่นักลงทุนอย่าง Tencent Holdings, ZhenFund และ Hongshan ก็ได้รับเงินตอบแทนเรียบร้อย ตามข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน
Meta ระบุในแถลงการณ์ว่า ดีลดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และบริษัทคาดหวังว่าจะสามารถหาข้อยุติในการสอบสวนของจีนได้ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ไบรอัน หว่อง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮ่องกงมองว่า “ปักกิ่งน่าจะมองว่า นี่คือการตอบโต้แบบตาต่อตา เพราะสหรัฐเองก็ใช้มาตรการควบคุมการส่งออก จำกัดการลงทุน และตรวจสอบการถ่ายโอนเทคโนโลยีมาโดยตลอด”
อ้างอิง: bloomberg


