ตลาดน้ำมันดิบยังคงผันผวน จากการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (24 – 30 เม.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูงจากการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ โดยสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซห้ามเรือเข้าออกท่าเรือของอิหร่าน อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจาตราบใดที่การปิดล้อมยังดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคมีสัญญาณผ่อนคลายบางส่วนจากการที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันยังคงกดดันตลาดโลก โดยสหรัฐฯ เร่งส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เอเชียลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี และโรงกลั่นในเอเชียปรับลดกำลังการกลั่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
• ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่มีทีท่าจะกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 โดยแหล่งข่าวระบุว่าหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน นาย Mohammad Baqer Qalibaf ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump เผยผ่าน Truth Social ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อไม่ให้มีเรือเข้าออกอิหร่าน
อีกทั้ง สหรัฐฯ จะปิดล้อมช่องแคบดังกล่าวต่อไปจนกว่าอิหร่านจะยอมรับข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ พร้อมทั้งสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือวางทุ่นระเบิดทุกลำของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี อิหร่านตอบโต้ว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ ยังปิดล้อมช่องแคบดังกล่าวอยู่
• การประชุมเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและเลบานอนครั้งที่ 2 โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ในวันที่ 23 เม.ย. 69
ณ กรุง Washington D.C. ประเทศสหรัฐฯ ประธานาธิบดีเลบานอน นาย Joseph Aoun กล่าวว่า เลบานอนจะสนับสนุนให้ขยายระยะเวลาข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 26 เม.ย. 69 ออกไป
พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีและถอนกองทัพออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน สอดคล้องกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่แถลงว่าอิสราเอลและเลบานอนตกลงจะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์
• EIA รายงานสหรัฐฯ การส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย. 69 เพิ่มขึ้น 0.14 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 12.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 0.56 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 8.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่ส่งออกน้ำมันดิบลดลง 0.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 4.79 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเอเชียและยุโรปนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานน้ำมันขาดแคลนจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ
• Kpler รายงานปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของเอเชียในเดือน เม.ย. 69 ลดลง 22% เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับ 20.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี แม้เอเชียจะเพิ่มการนำเข้าจากแหล่งอื่นเพื่อทดแทนอุปทานจากตะวันออกกลาง แต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด
• EA รายงานปริมาณกลั่นน้ำมันดิบของโรงกลั่นน้ำมันในเอเชียในเดือน เม.ย. 69 ลดลง 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 28.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าในเดือน พ.ค. 69 อาจลดลงเพิ่มเติมอีก 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 28.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 - 23 เม.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 3.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 90.88 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 98.26 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ
โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้เข้าควบคุมเรือคอนเทนเนอร์ติดธงสัญชาติปานามา บริเวณใกล้ชายฝั่งโอมาน และไลบีเรียที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลที่พยายามออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นการเข้าควบคุมเรือครั้งแรกตั้งแต่เริ่มสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดย IRGC ระบุว่าเรือทั้งสองลำดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต นอกจากนี้ อิหร่านโจมตีเรือคอนเทนเนอร์ Euphoria ติดสัญชาติธงไลบีเรีย ในบริเวณใกล้ชายฝั่งโอมานเช่นเดียวกัน แต่เรือดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายและสามารถเดินทางต่อจนถึงท่าเรือ Fujairah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 เม.ย.69 ปรับเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 465.7 ล้านบาร์เรล
ภายใต้ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน


