วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2569

Login
Login

เหมืองเวียดนามจ่อรับ ‘กำไรพุ่ง 227 เท่า’ หลังจีนคุมส่งออกโลหะอาวุธ ‘ทังสเตน’

เหมืองเวียดนามจ่อรับ ‘กำไรพุ่ง 227 เท่า’  หลังจีนคุมส่งออกโลหะอาวุธ ‘ทังสเตน’

เมื่อจีนในฐานะผู้ผลิตใหญ่คุมส่งออก ราคา ‘ทังสเตน’ โลหะอาวุธขาดไม่ได้ จึงพุ่งแรงทันที ส่งผลให้ ‘เวียดนาม’ ซึ่งครองเหมืองใหญ่ที่สุดนอกจีน กลายเป็นผู้รับอานิสงส์เต็ม ๆ และอาจเปลี่ยนจากผู้เล่นรอง สู่หมากสำคัญบนกระดานสงครามทรัพยากรใหม่

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า บริษัทเหมืองแร่ของเวียดนามคาดว่าจะ “คว้าแจ็กพอต” ในปีนี้ หลังราคา “ทังสเตน” พุ่งแรง จากมาตรการควบคุมส่งออกของจีนต่อโลหะหายากชนิดนี้ ซึ่งถูกใช้ในเครื่องมือตัดอุตสาหกรรม อาวุธทางทหารตั้งแต่กระสุนเจาะเกราะไปจนถึงขีปนาวุธ รวมถึงการใช้ในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ 

บริษัท Masan High-Tech Materials เจ้าของเหมืองและโรงกลั่นทังสเตน Nui Phao ในจังหวัดท้ายเหงียน ทางตอนเหนือของเวียดนามประเมินว่า กำไรสุทธิปีนี้จะ “พุ่งขึ้นอย่างน้อย 150 เท่า” จากราคาทังสเตนที่ทะยานสูงขึ้น โดยบริษัทคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิในปีนี้จะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.7 ล้านล้านดอง ถึง 2.5 ล้านล้านดอง จากระดับเพียง 11,000 ล้านดองในปี 2025 หรือ “เพิ่มขึ้นสูงสุดราว 227 เท่า”

ข้อมูลจาก Fastmarkets ระบุว่า ราคาอ้างอิงของแอมโมเนียมพาราทังสเตต (APT) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตทังสเตน ในตลาดรอตเทอร์ดามและบัลติมอร์ "พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2,800-3,289 ดอลลาร์ต่อตัน" หรือทุก 10 กิโลกรัม ณ วันที่ 17 เมษายน จากระดับ "เพียง 330-355 ดอลลาร์" เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2025 ท่ามกลางความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง

สำหรับโครงการ Nui Phao ถือเป็นแหล่งผลิตทังสเตนที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตขนาดใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน โดยมีปริมาณสำรองรวมราว 202,000 ตัน 

“สิ่งที่เราไม่เคยนึกภาพไว้เลย คือโลกจะต้องการทังสเตนมากขนาดนี้” ไมเคิล ฮุง เหงียน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Masan Group กล่าว พร้อมเสริมว่า โลหะชนิดนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ “ขาดไม่ได้” สำหรับการพัฒนา AI และเขากำลังพบลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก

เหงียนกล่าวต่อว่า “ผมเชื่อว่ารัฐบาลทั่วโลกเข้าใจดีว่า วัตถุดิบทังสเตน ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำให้มีใช้อย่างเสรีได้ง่าย ๆ”

“แม้แต่จีนเองก็ยังต้องปิดเหมืองบางแห่งลงด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม และเพื่อรักษาปริมาณสำรองของตัวเอง ดังนั้นจึง ‘เป็นไปได้น้อยมาก’ ที่จีนจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกอย่างกะทันหันจนทำให้ราคาปรับลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่จีนเองก็กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปทาน”

เป้าหมายกำไรสุทธิปี 2026 ของบริษัท ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาแอมโมเนียมพาราทังสเตต (APT)  จะอยู่ที่ 1,164 ดอลลาร์ต่อตันยูนิต โดยเหงียนระบุว่า ทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของราคา APT 100 ดอลลาร์ จะช่วยเพิ่มกำไรให้ Masan High-Tech ราว 10 ล้านดอลลาร์

ด้านลุค เอเดรียนส์ ผู้จัดการจากบริษัทที่ปรึกษาด้านสินค้าโภคภัณฑ์ Project Blue กล่าวว่า “นอกประเทศจีน อุปทานยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ และผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ก็พึ่งพาการส่งออกจากจีนมาโดยตลอด”

ลุค เอเดรียนส์ ระบุว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์ทังสเตนจีนที่อยู่ภายใต้รายการควบคุมการส่งออก ลดลงถึง 40% เมื่อเทียบรายปีในปี 2025 และแนวโน้มดังกล่าวยังคงต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026

เขากล่าวว่า “หากข้อจำกัดเหล่านี้ยังคงอยู่ ภาวะตลาดตึงตัวก็น่าจะดำเนินต่อไป ตลาดทังสเตนกำลังอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และแม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการทรงตัว แต่ขอบเขตที่ราคาจะปรับขึ้นต่อไป ยังคงไม่แน่นอน”

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ระบุว่า “เวียดนาม” เป็นผู้ผลิตทังสเตนจากเหมืองรายท  “ใหญ่อันดับ 2 ของโลก” ในปีที่ผ่านมา โดยมีผลผลิตราว 3,000 ตันของปริมาณโลหะจริง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ “จีน” ซึ่งผลิตได้ราว 67,000 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 79% ของการผลิตทั่วโลก

อ้างอิง: nikkei