มิฮาลี ฟาเซกัส (Mihály Fazekas) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจาก Central European University กล่าวเกี่ยวกับบทบาทของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในงาน "International Public Procurement 2026" ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของกรุงเทพธุรกิจกับธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และพันธมิตรในภูมิภาคว่า การจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่เพียงการที่รัฐบาลใช้จ่ายเงินมหาศาลเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการเลือกบริษัทและการบริหารสัญญาที่จะส่งผลต่อผลิตภาพและการจ้างงานในระยะยาว
ฟาเซกัสกล่าวว่า รัฐบาลต้องเผชิญกับ "ภาวะที่ต้องแลก" หรือ Trade-off ในการเลือกบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากโดยทั่วไป SMEs มักจะมีผลิตภาพต่ำกว่า มีความเสี่ยงในการทำงานล้มเหลวสูงกว่า และอาจมีต้นทุนที่สูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรกล้าที่จะเผชิญกับความเสี่ยงในระยะสั้นเพื่อการเติบโตในระยะยาว เพราะจากข้อมูลวิจัยพบว่า SMEs ที่ได้รับโอกาสจากสัญญาภาครัฐจะมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นถึง 10% ภายในปีเดียว เนื่องจากพวกเขาสามารถนำรายได้เหล่านั้นไปลงทุนในเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาตัวเองให้เติบโตขึ้น
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ผลบวกต่อผลิตภาพและการจ้างงานเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความ โปร่งใส เปิดกว้าง และมีการแข่งขันที่แท้จริง เท่านั้น หากมีการทุจริตหรือขาดความโปร่งใส ผลกระทบเชิงบวกต่อบริษัทจะกลายเป็นศูนย์ และเท่ากับเป็นการโยนเงินงบประมาณทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การให้โอกาส SMEs ภายใต้ระบบที่มีความโปร่งใสจึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือรายย่อย แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะเพิ่มผลิตภาพโดยรวมให้แก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
"การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐครอบคลุมหลายภาคส่วน ดังนั้นจึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลิตภาพ การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่แล้วแต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกระบวนการนั้นมีความโปร่งใส เปิดกว้าง และมีการแข่งขันเท่านั้น"
ทั้งนี้ เขายกตัวอย่างสัญญาณอันตรายในการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจนำไปสู่การทุจริตได้แก่
- การยื่นซองประมูลเพียงรายเดียว: เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงการขาดการแข่งขันในโครงการนั้นๆ
- ประเภทของกระบวนการจัดซื้อ: เช่น การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อที่ไม่เปิดกว้าง หรือการออกแบบกระบวนการที่ไม่ได้ประกาศเชิญชวนผู้ขายทุกรายอย่างทั่วถึง
- ระยะเวลาในการประกาศโฆษณาที่ไม่เพียงพอ: การกำหนดระยะเวลาให้ผู้สนใจยื่นซองสั้นเกินไปถือเป็นอุปสรรคเชิงขั้นตอนที่ขัดขวางการแข่งขันที่เสรี
- การขาดความโปร่งใสในขั้นตอนการประกาศ: รวมถึงการไม่เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่อสาธารณะอย่างเหมาะสม





