วันนี้ ‘กรีซ’ กำลังพลิกบทครั้งสำคัญ เมื่อหนี้สาธารณะต่อ GDP ลดลงต่อเนื่องจนมีแนวโน้มหลุดพ้นตำแหน่งประเทศหนี้สูงสุดของยูโรโซนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ขณะที่ ‘อิตาลี’ กลับเผชิญหนี้พุ่งขึ้น และเศรษฐกิจโตเชื่องช้า สะท้อนการ ‘สลับขั้วทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่’ ในยุโรป
“กรีซ” จะยุติสถานะการเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในยูโรโซนภายในสิ้นปีนี้ หลังสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะลดลง “ต่ำกว่าอิตาลี” ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว 2 รายและแผนงบประมาณของอิตาลี
เจ้าหน้าที่อาวุโส 2 รายเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า หนี้สาธารณะของกรีซคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 137% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีนี้ จาก 145.9% ในปี 2025 และลดลงจากจุดสูงสุดที่ 209.4% ในปี 2020
ในทางตรงกันข้าม อิตาลีคาดว่าหนี้สาธารณะจะขึ้นไป “แตะจุดสูงสุดที่ 138.6%” ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์จาก 137.1% ของ GDP ในปี 2025 ตามแผนงบประมาณระยะหลายปีของกระทรวงการคลังที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้
ขณะที่นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนีของอิตาลี กล่าวว่า หนี้สาธารณะของอิตาลีควรจะเริ่มลดลงได้เร็วกว่านี้และเร็วกว่าเดิม หากไม่ได้รับผลกระทบด้านลบจากมาตรการสนับสนุนการก่อสร้างที่ใช้งบประมาณรัฐ ซึ่งถูกนำมาใช้ในสมัยรัฐบาลก่อนหน้าของจูเซปเป คอนเต และมารีโอ ดรากี
หลังจากฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 อิตาลีกลับเข้าสู่ภาวะการเติบโตเชื่องช้าตามปกติอีกครั้ง และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ “ขยายตัวช้าที่สุด” ของยูโรโซน โดยมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า 1% ติดต่อกัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025
ขณะที่เศรษฐกิจกรีซเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2% ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป โดยได้แรงหนุนจากการลงทุน อุปสงค์ภายในประเทศ และภาคการท่องเที่ยว
อ้างอิง: reuters





