ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการยอมรับบทบาทของอียูที่หาได้ยากยิ่งจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่มักจะวิพากษ์วิจารณ์อียูอยู่บ่อยครั้ง
ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึง เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และระบบอาวุธยุทโธปกรณ์
"การที่แร่ธาตุสำคัญถูกครอบงำจากแหล่งผลิตหนึ่ง หรือสองแห่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้" นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ กล่าว ขณะลงนามข้อตกลงบันทึกความเข้าใจแร่ธาตุสำคัญกับนายมารอส เซฟโควิค กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
เซฟโควิค กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นความร่วมมือโดยรวมด้านห่วงโซ่คุณค่าระหว่างสหรัฐและอียู ตั้งแต่การสำรวจและการสกัดแร่ธาตุสำคัญ ไปจนถึงการแปรรูป การกลั่น การรีไซเคิล และการกู้คืน"
"ข้อตกลงนี้เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และถือเป็นการเอาชนะการพึ่งพาผู้อื่นในรูปแบบต่างๆ เรารู้ว่าการพึ่งพาอาจมีต้นทุนสูง และเราก็แบกรับต้นทุนราคาแพงมากสำหรับการพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงจากฟอสซิล" เซฟโควิค กล่าว
ภายใต้ข้อตกลงที่ สหรัฐ-อียู ลงนามร่วมกัน ระบุว่า ทั้ง2ฝ่ายจะประสานงานกันเรื่องเงินอุดหนุนและการสำรองแร่ธาตุสำคัญ รวมถึงประสานงานกันในการทำหนดมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าทั่วโลก และลงทุนร่วมกันด้านการวิจัย
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เรียกร้องให้มีเขตการค้าพิเศษระหว่างประเทศพันธมิตรสำหรับบริหารจัดการแร่ธาตุสำคัญ พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการแร่ธาตุสำคัญกับเม็กซิโกและญี่ปุ่น และกำหนดกรอบการจัดหาร่วมกับออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ





