ราคาน้ำมันดิบผันผวน WTI ร่วงลง แต่เบรนท์ทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะสหรัฐและอิหร่านคาดว่าจะเปิดเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถานเพื่อยุติสงครามอิหร่าน
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผสมผสานในวันศุกร์ (24 เม.ย.69) ตามเวลาสหรัฐหรือเมื่อคืนตามเวลาประเทศไทย ขณะที่คาดว่าสหรัฐ และอิหร่านจะเปิดการเจรจาโดยตรงที่ปากีสถาน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสากล ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 105.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ร่วงลงมากกว่า 1% มาปิดที่ 94.40 ดอลลาร์
สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐ และจาเร็ด คุชเนอร์ จะเดินทางไปปากีสถานในเช้าวันเสาร์เพื่อเจรจาโดยตรงกับคู่เจรจาชาวอิหร่าน โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ยืนยันเมื่อวันศุกร์
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้าว่า เขาจะเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด มัสกัต และมอสโก เพื่อ “ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศคู่มิตรในประเด็นทวิภาคี และหารือเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาค”
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงจะขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีกสามสัปดาห์ ภายหลังการประชุมที่ทำเนียบขาวร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เดิมทีการหยุดยิงซึ่งกำหนดไว้ 10 วัน ขณะนี้จะเปิดโอกาสให้มีเวลามากขึ้นสำหรับการเจรจาทางการทูต โดยสหรัฐยังให้คำมั่นจะสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของเลบานอนต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เพิ่มเติมด้วย
แม้การหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะยังคงมีผลอยู่ ความขัดแย้งได้พัฒนาไปสู่การปิดล้อมทางทะเลที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ยังคงปิดอยู่ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตน
“ยิ่งช่องแคบปิดนานเท่าใด ต้นทุนทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งสูงขึ้น เพิ่มโอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกบีบให้ต้องถอย” ธนาคาร Commonwealth Bank of Australia ระบุในบันทึกวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์
ก่อนเกิดสงคราม มีการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านช่องแคบนี้ราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน
“เราประเมินว่าสหรัฐจะเป็นฝ่ายถอยก่อน เนื่องจากต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงของการยกระดับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ ซึ่งอาจดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก” นักวิเคราะห์ระบุ
- เตือนวิกฤตพลังงานโลกรุนแรงสุด
ฟาติห์ บีรอล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เมื่อวันพฤหัสบดีว่า “เรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
“จนถึงวันนี้ เราสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันไปแล้ว 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ... และมีการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญหลายรายการ” เขากล่าวกับสตีฟ เซดจ์วิก ผ่านการสัมภาษณ์ทางไกลในรายการ CNBC CONVERGE LIVE ที่สิงคโปร์
ก่อนหน้านี้ บีรอลเคยเตือนว่าสงครามกับอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่ “วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญ” และเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ เสริมสร้างความยืดหยุ่นด้วยการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกเพิ่มเติม





