วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 20-24 เมษายน 2569

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 20-24 เมษายน 2569

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าเกือบตลอดสัปดาห์ สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีข่าวในเชิงบวกโดยการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่เกิดขึ้น และแม้สหรัฐฯ จะมีการขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปแบบไม่มีกำหนดเพื่อเปิดให้มีโอกาสในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย แต่ความตึงเครียดยังคงไม่ลดระดับลง

เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนหลังข้อมูลการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทยออกมาดีกว่าที่คาด ประกอบกับน่าจะมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการประชุม กนง. และเฟดในสัปดาห์หน้า อนึ่ง เงินบาทยังไม่ได้ตอบรับมากนักต่อข่าวที่ Moody’s ประกาศปรับ Outlook สำหรับอันดับเครดิต Baa1 ของไทยกลับมาที่ Stable

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 20-24 เมษายน 2569

• ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 20 - 24 เม.ย. 2569 นั้น

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 4,260 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 4,263 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 3 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ผลการประชุม กนง. (29 เม.ย.) ผลการประชุม FOMC (28-29 เม.ย.) ตลอดจนผลการประชุมของ BOJ (27-28 เม.ย.) BOE (30 เม.ย.) และ ECB (30 เม.ย.)

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และอัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Adv.) และดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันในตลาดโลก ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ

SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ หลังผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด ประกอบกับมีข่าวการเข้าลงทุนในหุ้นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถรายใหญ่แห่งหนึ่งโดยนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว นำโดย หุ้นแบงก์ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD และหุ้นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 20-24 เมษายน 2569

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐฯ จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านไปอย่างไม่มีกำหนด ด้านอิสราเอลและเลบานอนก็ได้ขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์

แต่ก็ยังคงไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ อิหร่านรอบใหม่ นอกจากนี้แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

• ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,456.10 จุด ลดลง 1.78% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 57,331.11 ล้านบาท ลดลง 17.32% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.81% มาปิดที่ระดับ 215.09 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,415 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,470 และ 1,495 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 มี.ค.) การประชุมกนง. ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ BOE และ ECB กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน