การถอนตัวของ Honda Motor จากตลาดเกาหลีใต้ ไม่ใช่แค่ ‘เลิกขายรถ’ แต่สะท้อนแรงสั่นสะเทือนของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าอย่างไม่ราบรื่น เมื่อกลยุทธ์อีวีที่เคยเป็นความหวัง กลับกลายเป็นแรงกดดันด้านต้นทุน ความต้องการที่อ่อนแรง และการแข่งขันที่ดุเดือด จนบีบให้ฮอนด้าต้องถอยตั้งหลัก
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า บริษัทค่ายรถ “Honda Motor” ประกาศว่า จะ “ยุติการจำหน่าย” รถยนต์ในเกาหลีใต้ภายในสิ้นปี 2026 หลังเผชิญภาวะขาดทุนหนักจากการปรับกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า
ฮอนด้าระบุในแถลงข่าวว่า การตัดสินใจยุติธุรกิจขายรถยนต์ในเกาหลีใต้ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในตลาดยานยนต์โลกและเกาหลีใต้ และยังเป็นผลจากการพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อมุ่งจัดสรรทรัพยากรองค์กรไปเสริมความสามารถการแข่งขันในระยะกลางถึงยาว
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงให้บริการหลังการขาย เช่น การบำรุงรักษารถยนต์และการจัดหาอะไหล่ต่อไป แม้จะยุติการขายรถยนต์แล้ว
ปัจจุบัน ฮอนด้าจำหน่ายรถรุ่น Accord และ CR-V ในเกาหลีใต้ แต่ตลาดรถยนต์ของประเทศถูกครอบครองโดยผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง Hyundai Motor และ Kia ซึ่งรวมกันมีส่วนแบ่งตลาดราว 90% โดยฮอนด้ามียอดขายเพียง 1,458 คันในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 ลดลงถึง 44% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของ MarkLines
ก่อนหน้านี้ในปี 2021 ฮอนด้าเคยตั้งเป้าเชิงรุก ให้รถอีวีและรถเซลล์เชื้อเพลิง คิดเป็น 100% ของยอดขายทั่วโลกภายในปี 2040
แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา บริษัทตัดสินใจยกเลิกการพัฒนารถอีวี 3 รุ่นสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ เนื่องจากปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายสนับสนุน EV ภายใต้รัฐบาลทรัมป์
ท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอ และคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายและขาดทุนรวมสูงสุดถึง 2.5 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดมีนาคม 2027
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคาดว่าจะขาดทุนสุทธิสูงสุดถึง 690,000 ล้านเยน (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณล่าสุด ซึ่งเป็นการปรับลดลงอย่างมากจากเดิมที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 300,000 ล้านเยน และหากเป็นจริง จะถือเป็น “การขาดทุนสุทธิครั้งแรก” นับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในปี 1957
บริษัทระบุว่า ความสามารถทำกำไรในธุรกิจรถยนต์ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดเครื่องยนต์สันดาปและรถไฮบริด จากนโยบายรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ฮอนด้าในเอเชียที่ลดลง จากการจัดสรรทรัพยากรไปพัฒนา EV มากขึ้น
เมื่อเดือนเดียวกัน ฮอนด้ายังประกาศยุติการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Afeela ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Sony Group
อ้างอิง: nikkei





