วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

Tesla กำไร Q1 ดีกว่าคาด เตรียมเพิ่มงบ 3 เท่าลงทุนใหญ่ใน AI - โรบอท

Tesla กำไร Q1 ดีกว่าคาด เตรียมเพิ่มงบ 3 เท่าลงทุนใหญ่ใน AI - โรบอท

'เทสลา' รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 กำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แม้ว่ารายได้ต่ำคาด การขึ้นราคารถช่วยหนุนมาร์จิ้น เตรียมเพิ่มงบลงทุน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน AI - โรบอท

"เทสลา อิงก์" (Tesla) เป็นบริษัทในกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้ารายแรกที่ รายงาน ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 ซึ่งพบว่า กำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ แม้ว่ารายได้ต่ำคาดก็ตาม เช่นเดียวกับที่รายงานกระแสเงินสดอิสระออกมาเป็นบวก สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

บริษัทรายงานกำไรต่อหุ้น (EPS) 41 เซนต์ สูงกว่าคาดการณ์ของ LSEG ที่ 37 เซนต์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ 2.239 หมื่นล้านดอลลาร์ น้อยกว่าคาดการณ์ที่ 2.264 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้านราคาหุ้นเทสลา ปรับขึ้นราว 4% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการช่วงแรก ก่อนจะลดช่วงบวกลงหลังบริษัทเปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า การใช้จ่ายในปีนี้จะสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าถึง 5,000 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ราคาหุ้นเทสลาปรับตัวต่ำกว่าหุ้นกลุ่มเมกะแคปอื่นๆ ตั้งแต่ต้นปีมานี้ โดยลดลง 14% ณ ราคาปิดวันพุธที่ 22 เม.ย. ขณะที่ธุรกิจรถยนต์หลักยังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งทั่วโลก เช่น BYD และ Xiaomi ของจีน

กำไรธุรกิจรถเพิ่มจากการขึ้นราคา

รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 16% จาก 1.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่รายได้จากธุรกิจยานยนต์ เพิ่มขึ้น 16% เช่นกันสู่ 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยบริษัทระบุแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นย่อยราคาย่อมเยาของ Model Y และ Model 3

ตลอดปีที่ผ่านมา เทสลาเผชิญความท้าทายจากคู่แข่งที่นำเสนอรถเทคโนโลยีสูงในราคาถูกกว่า ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงต้านจากผู้บริโภคบางส่วนจากบทบาททางการเมืองของซีอีโอ "อีลอน มัสก์"

ก่อนหน้านี้ เทสลารายงาน ยอดส่งมอบรถ 358,023 คันในไตรมาสแรก ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นเพียง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทเคยเผชิญการผลิตหยุดชะงักช่วงปรับปรุงสายการผลิต Model Y

กำไรสุทธิ (Net income) เพิ่มขึ้นเป็น 477 ล้านดอลลาร์ หรือ 13 เซนต์ต่อหุ้น จาก 409 ล้านดอลลาร์ หรือ 12 เซนต์ต่อหุ้นในปีก่อน

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์ (ไม่รวมเครดิตสิ่งแวดล้อม) อยู่ที่ 19.2% สูงสุดในรอบปี โดยได้รับแรงหนุนจาก "ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น และต้นทุนวัสดุที่ลดลง" 

เพิ่มลงทุน 3 เท่า เน้นอนาคตใหม่ 'หุ่นยนต์และเอไอ'

การใช้จ่ายลงทุน (capex) เพิ่มขึ้น 67% เป็น 2.49 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าทั้งปีจะทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากประมาณการเดิมที่ 20,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า จาก 8,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

มัสก์ พยายามปรับภาพลักษณ์บริษัทไปสู่ "เทคโนโลยีใหม่" เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus แม้ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากรถยนต์ไฟฟ้าก็ตาม และยังไม่มีรถที่พร้อมใช้งาน robotaxi ในเชิงพาณิชย์

บริษัทระบุว่า เตรียมเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตหุ่นยนต์ Optimus ขนาดใหญ่ในไตรมาส 2 โดยตั้งเป้าผลิตได้ 1 ล้านตัวต่อปีในสายการผลิตรุ่นแรก

อย่างไรก็ดี มัสก์มีประวัติในการตั้งเป้าหมายเชิงรุกแต่ไม่สามารถทำได้ตามแผนในหลายโครงการที่ผ่านมา

ในการประชุมผลประกอบการ มัสก์ ยังระบุด้วยว่ารถเทสลารุ่นเก่าที่ใช้ระบบ Hardware 3 จะไม่สามารถรองรับระบบ FSD แบบ “ไร้การควบคุม” ที่กำลังพัฒนาได้ บริษัทจึงเตรียมเสนอโปรแกรม trade-in ราคาพิเศษ และเปิดทางให้ลูกค้าอัปเกรดฮาร์ดแวร์

เมื่อถูกถามถึงแผนเปิดตัวหุ่น Optimus เวอร์ชันใหม่ มัสก์กล่าวว่าไม่ต้องการเปิดเผยเร็วเกินไป เนื่องจากคู่แข่งอาจลอกเลียนแบบ โดยคาดว่าจะเปิดตัวใกล้ช่วงเริ่มการผลิตในช่วงปลายเดือนก.ค. -ส.ค.

ทั้งนี้ Tesla เป็นบริษัทเทคโนโลยีมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์รายแรกที่รายงานผลประกอบการไตรมาสนี้ ขณะที่บริษัทใหญ่รายอื่น เช่น Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft มีกำหนดรายงานในสัปดาห์ถัดไป ตามด้วย Apple