พลังงานแพงกำลังไล่บี้ภาคเศรษฐกิจ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเร่งงัดมาตรการ ‘ลดค่าไฟ–เติมก๊าซ’ ประคองสถานการณ์ พร้อมเลือกเก็บมาตรการหนักไว้ก่อน ท่ามกลางคำเตือนว่า หากวิกฤตยืดเยื้อ โลกอาจเจอช็อกพลังงานรอบใหม่ที่รุนแรงไม่แพ้ปี 2022
ท่ามกลางราคาพลังงานขยับขึ้นไม่หยุด คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมประกาศแผน “ลดค่าไฟ” ผ่านการลดภาษี และร่วมมือกันเติมก๊าซสำรองในช่วงฤดูร้อน หวังลดแรงกระแทกด้านพลังงานจากสงครามอิหร่าน
ร่างข้อเสนอที่สำนักข่าวรอยเตอร์สเห็น ระบุว่า อียูจะยังไม่ใช้มาตรการแรงในตอนนี้ เช่น การตั้งเพดานราคาก๊าซ หรือเก็บภาษีกำไรพิเศษจากบริษัทพลังงาน ซึ่งเคยใช้มาแล้วในปี 2022 ตอนรัสเซียลดการส่งก๊าซจนราคาพุ่งสูงมาก
แทนที่จะใช้มาตรการรุนแรง คณะกรรมาธิการมีแผนปรับกฎภาษีของสหภาพยุโรปเพื่อ “เอื้อไฟฟ้ามากกว่าน้ำมันและก๊าซ” และทำให้รัฐบาลสามารถลดภาษีไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมลงเหลือศูนย์ได้ง่ายขึ้น ตามร่างเอกสารที่ยังอาจมีการแก้ไขก่อนเผยแพร่
นอกจากนี้ EU จะเข้ามาประสานความพยายามของประเทศสมาชิกในการเติมก๊าซสำรองในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พร้อมให้แนวทางว่า รัฐบาลควรรับมือกับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างไร
จากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซในระดับสูง ทำให้ยุโรปเปราะบางต่อราคาที่พุ่งขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดใช้งานโดยพฤตินัย และอิหร่านเริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง
ราคาก๊าซอ้างอิงของยุโรปในวันอังคาร อยู่สูงกว่าก่อนสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราวหนึ่งในสาม
อย่างไรก็ตาม ซัพพลายเออร์น้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของอียู ได้แก่ สหรัฐและนอร์เวย์ ไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง และวิกฤติอิหร่านยังไม่ทำให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงในยุโรปในขณะนี้ แม้สายการบินจะเตือนว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
เจ้าหน้าที่อียูระบุว่า การตอบสนองที่ค่อนข้างจำกัดของสหภาพ สะท้อนความจริงที่ว่า “รัฐบาลประเทศสมาชิก” ไม่ใช่บรัสเซลส์ เป็นผู้ควบคุมเครื่องมือสำคัญในการจัดการวิกฤต เช่น เงินอุดหนุน การลดภาษีและค่าธรรมเนียมภายในประเทศ
แผนของคณะกรรมาธิการจึงเน้นแนวทาง “ไม่ผูกพัน” เพื่อให้รัฐบาลสามารถบรรเทาผลกระทบได้ทันที เช่น การกำหนดให้ภาคธุรกิจหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศเท่าที่เป็นไปได้
เอลิซาเบตตา คอร์นาโก รองผู้อำนวยการจากสถาบันวิจัย Centre for European Reform กล่าวว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อไป อาจทำให้เกิดแรงกระแทกด้านน้ำมันที่ “รุนแรงกว่าปี 2022” โดยก๊าซอาจกระทบในระดับใกล้เคียงกัน แต่ไฟฟ้าน่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า”
เธออธิบายว่า เป็นเพราะประเทศต่าง ๆ ได้ขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2022
ข้อมูลจากสถาบัน Ember ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา EU ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ คิดเป็น “71% ของทั้งหมด” เพิ่มขึ้นจากราว 60% ในปี 2022
อ้างอิง: reuters





