วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

JPMorgan ชี้อสังหาฯ จีนถึง 'จุดเปลี่ยน' คาดหนุนหุ้นจีนพุ่งแซงหน้ากลุ่ม 'ตลาดเกิดใหม่'

JPMorgan ชี้อสังหาฯ จีนถึง 'จุดเปลี่ยน' คาดหนุนหุ้นจีนพุ่งแซงหน้ากลุ่ม 'ตลาดเกิดใหม่'

เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) มองว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ที่เคยซบเซาอย่างหนักกำลังเข้าสู่ "จุดเปลี่ยน" สำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่อื่นๆ

ราจีฟ บาตรา นักยุทธศาสตร์ของเจพีมอร์แกนในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงเริ่มส่งผลบวก  ไปยังเมืองหลักๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยให้กลับมาอีกครั้ง

ข้อมูลจากรัฐบาลจีน ล่าสุดสะท้อนมุมมองเชิงบวกดังกล่าว โดยแม้ว่าราคาบ้านใหม่ในเดือนมี.ค. จะยังคงปรับตัวลดลง แต่เป็นการลดลงในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบประมาณหนึ่งปี ขณะที่ราคาบ้านมือสองใน 13 เมืองใหญ่ของจีนปรับตัวสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจำนวนเมืองที่ราคาขยับขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

บาตรา ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นเอเชีย และตลาดเกิดใหม่ระดับโลก ระบุว่า หลังจากที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนเผชิญกับการปรับฐานมายาวนานถึง 5 ปี ปัจจุบันกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยน โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เจพีมอร์แกนจึงมีมุมมองเชิงบวกว่าหุ้นจีนจะทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากระดับราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งในปัจจุบันมีความคุ้มค่า และสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด นับตั้งแต่ปี 2016 เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้เฉลี่ย โดยบาตรา เชื่อว่าหากสถานการณ์ในฮ่องกงดีขึ้น นักลงทุนจะเริ่มมองหาโอกาสในเมืองระดับ Tier-1 ของจีนเป็นอันดับแรก

นอกจากปัจจัยด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว หุ้นจีนยังมีปัจจัยหนุนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ , นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ รวมถึงมาตรการของรัฐบาลจีนที่มุ่งเน้นการเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และการเข้ามาจัดการกับสงครามราคาที่เคยฉุดรั้งกำไรของบางอุตสาหกรรมก่อนหน้านี้

มุมมองจากนักวิเคราะห์รายอื่น ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน ไม่ใช่สถาบันเดียวที่เริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นจีน โดย สตีเฟน เจน จาก Eurizon SLJ Capital ในลอนดอน คาดการณ์ว่าหุ้นจีนมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ถึง 10% ภายในสิ้นปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปักกิ่ง ในขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ

สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงที่ผ่านมา ดัชนี MSCI China ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 4% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนที่เกิดขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน และอิสราเอลปะทุขึ้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนียังคงลดลงราว 2.5% ซึ่งยังตามหลังดัชนี MSCI Emerging Market ที่ปรับตัวขึ้นไปแล้วถึง 15% ในปีนี้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์