วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ไอร์แลนด์' ทำยังไงให้หลุดจาก 'วังวนหนี้ท่วม' ของรัฐบาล สู่ 'งบฯ เกินดุล'

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ไอร์แลนด์' ทำยังไงให้หลุดจาก 'วังวนหนี้ท่วม' ของรัฐบาล สู่ 'งบฯ เกินดุล'

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะของไทยจากเดิม 70% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไปสู่ระดับ 75% ของจีดีพีเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังจากนายเอกนิติ นิติทันประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเริ่มไปพูดเป็นครั้งแรกๆ ในช่วงตอบคำถามจากผู้สื่อข่าวในงานประชุม IMF-WBG Spring Meeting ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้ล่าสุด นายเอกนิติจะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ ทั้งเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท การขยายเพดานหนี้สาธารณะสู่ระดับ 75% และการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และกำลังจะมีการหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีในวันนี้ (21 เม.ย.) ก็ตาม

วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษนายโรเบิร์ต ทรอย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไอร์แลนด์ ในประเด็นการปรับโครงสร้างทางการคลังของไอร์แลนด์ ประเทศที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลเคยมีหนี้มหาศาลกว่า 130% ของจีดีพี ในช่วงวิกฤติหนี้ของยุโรปสู่สถานะปัจจุบัน ประเทศที่งบประมาณของรัฐบาลอยู่ในสถานะเกินดุล โดยข้อมูลจากรอยเตอร์พบว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา งบประมาณของรัฐบาลไอร์แลนด์เกินดุลมากกว่าที่คาดการณ์ที่ 3.7% ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่เกินดุลอย่างมีนัยสำคัญขนาดนี้

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ไอร์แลนด์' ทำยังไงให้หลุดจาก 'วังวนหนี้ท่วม' ของรัฐบาล สู่ 'งบฯ เกินดุล' รัฐมนตรีกล่าวว่า หากมองย้อนกลับไปในช่วง วิกฤตหนี้ยุโรป ในช่วงปี 2009 ไอร์แลนด์คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีบทเรียนราคาแพงจากการพึ่งพา "ภาษีตามวัฏจักร" หรือรายได้ภาษีที่ขึ้นอยู่กับสภาวะความเฟื่องฟูของเศรษฐกิจในบางช่วงเวลามากเกินไป โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นทศวรรษ 2000

เมื่อฟองสบู่แตก รายได้ภาษีเหล่านั้นก็มลายหายไป ทิ้งไว้เพียงการขาดดุลมหาศาลที่บีบให้รัฐบาลต้องตัดสินใจในสิ่งที่ยากและประชาชนไม่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการตัดลดงบประมาณหรือการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อวางรากฐานการเติบโตใหม่

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ไอร์แลนด์' ทำยังไงให้หลุดจาก 'วังวนหนี้ท่วม' ของรัฐบาล สู่ 'งบฯ เกินดุล'

อย่างไรก็ตาม ไอร์แลนด์สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากจุดที่หนี้ท่วมสู่งบประมาณเกินดุลได้สำเร็จด้วยการใช้โมเดลดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านหน่วยงาน IDA หรือ Ireland's Foreign Direct Investment Agency ซึ่งถ้าเปรียบง่ายๆ ก็เหมือนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ของประเทศไทย

ตั้งแต่นั้นมาการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกจึงเป็นเครื่องจักรสำคัญทางเศรษฐกิจของไอร์แลนด์มาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง อย่าง Apple, Google, Microsoft และ Meta ก็มีสำนักงานอยู่ในย่าน "ซิลิคอนด็อกส์" (Silicon Docks) ในกรุงดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ทั้งสิ้น

ในตอนนั้นรัฐบาลพยายามใช้จุดแข็งเรื่องแรงงานที่มีการศึกษาสูง การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และนโยบายที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ จนปัจจุบันไอร์แลนด์บรรลุสภาวะการจ้างงานเต็มอัตรา และมีรายได้จากภาษีนิติบุคคลที่แข็งแกร่งจนสามารถสร้าง งบประมาณเกินดุล ต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งกลายเป็น "เกราะคุ้มกัน" สำคัญที่ทำให้รัฐบาลมีขีดความสามารถ ในการเข้าแทรกแซงและช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตค่าครองชีพในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ไอร์แลนด์' ทำยังไงให้หลุดจาก 'วังวนหนี้ท่วม' ของรัฐบาล สู่ 'งบฯ เกินดุล'

เมื่อถามถึงแนวโน้มการขยายเพดานหนี้ รวมถึงประเทศไทย กำลังพิจารณา การขยายเพดานหนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกู้เงินมาบริหารจัดการวิกฤต นายทรอย ยืนยันชัดเจนว่าการขยายเพดานหนี้ "ไม่ได้อยู่ในวาระการพิจารณา" ของไอร์แลนด์ในขณะนี้ และไม่สามารถออกความคิดเห็นแนะนำประเทศอื่นได้ แต่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจทางการเงินที่ "รอบคอบ” 

เขากล่าวว่า แม้มักจะมีแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการให้รัฐบาล "ใช้จ่ายมากขึ้น แต่ออมน้อยลง" แต่รัฐบาลที่ดีต้องยึดมั่นในการสร้างความมั่นคงในระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการก่อหนี้

สำหรับไอร์แลนด์ เคล็ดลับของการไม่ต้องขยายเพดานหนี้คือการบริหารจัดการ "ภาษีลาภลอย" (Windfall Taxes) จากกำไรของบริษัทข้ามชาติอย่างเป็นระบบ โดยเลือกที่จะไม่นำเงินเหล่านั้นมาใช้จ่ายในทันที แต่แบ่งไปลงทุนใน กองทุนโครงสร้าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสังคมสูงวัยและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในทศวรรษหน้า