วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

อ่าวอาหรับเตือน! เจรจาอิหร่าน เสี่ยงยอมรับอำนาจเตหะรานเหนือ ‘ฮอร์มุซ’

ประเทศอ่าวอาหรับเตือนว่า เกมเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน อาจไม่ได้ทำให้ภูมิภาคปลอดภัยขึ้น เมื่อ ‘ฮอร์มุซ’ ถูกยกเป็นหัวใจของดีล ขณะที่ภัยคุกคามจริงอย่างขีปนาวุธ และกองกำลังตัวแทนยังคงอยู่ และผู้ที่อยู่หน้าด่านกลับไม่มีเสียงบนโต๊ะเจรจา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า จากคำเตือนของดมีตรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ตอกย้ำความกังวลของเหล่าประเทศอ่าวอาหรับ ว่า การเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐ อาจทำได้เพียง “เปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้งเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลการลดความตึงเครียดในวงกว้าง

เจ้าหน้าที่อ่าวอาหรับ เตือนว่า แนวทางเจรจาเช่นนี้เสี่ยงทำให้อิทธิพลของอิหร่านต่อพลังงานในตะวันออกกลาง “ฝังรากลึกยิ่งขึ้น” เพราะเป็นเพียงการบริหารอำนาจต่อรอง ไม่ใช่การรื้อถอน ขณะที่ประเทศที่ได้รับผลกระทบด้านพลังงาน และความมั่นคงโดยตรง “กลับถูกกันออก” จากกระบวนการตัดสินใจ

แหล่งข่าวในอ่าวอาหรับระบุว่า การทูตสหรัฐ–อิหร่านในขณะนี้ ให้ความสำคัญกับ “ระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” มากกว่าการลดโครงการขีปนาวุธ และกำลัง “ยอมรับ” อิทธิพลของเตหะรานเหนือช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก

จากภัยคุกคามของอิหร่านต่อการเดินเรือในอ่าวระหว่างสงคราม ได้ “ทำลายข้อห้าม” ที่ไม่เคยถูกแตะต้องเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การปิดช่องแคบ กลายเป็นเครื่องมือเจรจาทรงพลังที่เป็นไปได้จริงเป็นครั้งแรก

 

 

ทั้งนี้ บทบาทของฮอร์มุซ ถูกอธิบายอย่างตรงไปตรงมาโดย ดมีตรี เมดเวเดฟ รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย ผ่านโพสต์บน X (Twitter) เมื่อวันที่ 8 เมษายน

“ยังไม่ชัดว่าการพักรบระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานจะออกมาอย่างไร” เมดเวเดฟ กล่าว “แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ อิหร่านได้ทดสอบ ‘อาวุธนิวเคลียร์’ ของตนแล้ว มันมีชื่อว่า ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ และศักยภาพของมันไม่มีวันหมด”

คำกล่าวนี้ ทำให้ฮอร์มุซ ถูกมองเป็น “เครื่องมือกดดัน” ที่ช่วยให้อิหร่านสามารถเพิ่มต้นทุน และกำหนดกติกาได้ โดยไม่ต้องก้าวข้ามเส้นแดงของการใช้อาวุธนิวเคลียร์

“อิหร่านเตรียมตัวมาหลายปีสำหรับสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ วางแผนทุกขั้นตอน” แหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน กล่าว “วันนี้มันคือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นอำนาจต่อรองเชิงภูมิศาสตร์ที่ทรงพลัง”

แหล่งข่าวยังเรียกฮอร์มุซว่าเป็น “สินทรัพย์ทองคำอันล้ำค่า” ที่โลกไม่สามารถพรากไปได้ เพราะมันฝังอยู่กับภูมิศาสตร์ของอิหร่าน

อีกแหล่งข่าวซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านถึงกับระบุว่า “ข้อห้ามเดิม” ในการใช้ฮอร์มุซได้ถูกทำลายลงแล้ว โดยเปรียบช่องแคบนี้เป็น “ดาบที่ถูกชักออกจากฝัก” ซึ่งสหรัฐ และประเทศในภูมิภาคไม่อาจมองข้าม

สำหรับแก่นของข้อพิพาท จึงไม่ใช่แค่ “ใครควบคุมช่องแคบ” แต่คือ “ใครเป็นคนกำหนดกติกาการเดินเรือ” ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบกติกาสากลไปสู่ “ระเบียบที่อิงอำนาจ”

เอ็บเตซาม อัล-เค็ตบี ประธานศูนย์นโยบายเอมิเรตส์ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความไม่สมดุลระหว่าง “ผู้กำหนดกติกา” กับ “ผู้รับผลกระทบ” โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า แนวทางเจรจาเช่นนี้ไม่ได้แก้ปัญหา แต่เป็นเพียง “ทำให้ความตึงเครียดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้” ซึ่งอาจเหมาะกับสหรัฐ และอิหร่าน แต่ทำให้ประเทศอ่าวต้องอยู่กับความไม่ปลอดภัยต่อไป

นักการทูตเผยว่า ประเทศอ่าวเรียกร้องให้สหรัฐ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร “แบบค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อทดสอบพฤติกรรมอิหร่าน เพราะภัยคุกคามหลัก เช่น ขีปนาวุธที่ยิงถึงเมืองหลวง และกองกำลังตัวแทน ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ด้านอับดุลอะซิซ ซาเกร์ ประธานศูนย์วิจัยอ่าว ซึ่งมีฐานอยู่ในซาอุดีอาระเบีย ชี้ว่า การจัดการปัญหาอิหร่านต้องใช้ “แนวทางใหม่” และสหรัฐ “ไม่ควรตัดสินใจเองฝ่ายเดียว”
 

 

 

 

อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์