วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

'โลหะเงิน' มาแรงแซงทอง จีนนำเข้า 800 ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

'โลหะเงิน' มาแรงแซงทอง จีนนำเข้า 800 ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

จีนนำเข้าโลหะเงินพุ่งทำสถิติสูงสุด จากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อยที่หันมาเก็ง 'เงินแท่ง' แทนทองคำที่แพงเกินเอื้อม และจากการลงทุนโซลาร์ที่มาแรงยุคน้ำมันแพง

การนำเข้า “โลหะเงิน” (Silver) ของจีนในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา พุ่งแตะระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ที่ 836 ตัน หลังความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยและอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของจีน ผลักดันการสั่งซื้อจนสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญ

จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคโลหะเงินรายใหญ่ที่สุดของโลก เพิ่มปริมาณการนำเข้าอย่างแข็งแกร่งมาตั้งแต่ต้นปีนี้ ตามข้อมูลการเปิดเผยของกรมศุลกากรจีนในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย. โดยเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในเดือนมี.ค. ย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 306 ตัน

ทองแพงเกินเอื้อม คนจีนหันลงทุน 'เงินแท่ง' 

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก "นักลงทุนรายย่อย" ที่เข้าซื้อโลหะเงินแท่งขนาดเล็กจำนวนมากในฐานะ "ทางเลือกแทนทองคำ" ที่มีราคาแพงเกินไป

ก่อนหน้านี้บลูมเบิร์กเคยรายงานว่า "กระแสฟีเวอร์" การลงทุนในโลหะมีค่าของจีนกำลังสะท้อนผ่านบรรยากาศในตลาดค้าปลีกที่คึกคัก โดยเฉพาะตลาด Shuibei ในเมืองเซินเจิ้น ที่มีผู้ซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลัง "ราคาเงิน" (Silver) ทะยานขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายปี 2025 

แม้ราคาเงินจะปรับตัวขึ้นแรง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ และมีความผันผวนสูงโดยมีจังหวะให้เข้าออกมากพอจะดึงดูดนักลงทุนรายย่อยที่รู้สึกว่า "พลาดโอกาสในตลาดทองคำไปแล้ว

ปรากฏการณ์ดังกล่าวคล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2013 ที่ผู้บริโภคในจีน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคน แห่เข้าซื้อทองคำจนทำให้จีนแซง "อินเดีย" ขึ้นเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก

รอบนี้ความสนใจได้เปลี่ยนจากทองคำมาสู่ “เงิน” ซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ยังมีอัพไซด์ และได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยในตลาดโลก เช่น สต็อกในจีนที่ลดลง และความเสี่ยงจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐที่อาจกระทบอุปทาน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่ร้อนแรงเริ่มชะลอตัวลงในระยะหลัง สะท้อนถึง "ความเปราะบาง" ของอุปสงค์จากนักลงทุนรายย่อย แม้ราคาเงินยังคงสูงกว่าปีก่อนอย่างมากก็ตาม และนักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะถัดไป

หนุนการผลิตโซลาร์ในยุคน้ำมันแพง 

อีกปัจจัยสับสนุนสำคัญก็คือ ผู้ผลิตแผงโซลาร์ที่เร่งการผลิตล่วงหน้าก่อนการยกเลิกมาตรการคืนภาษีส่งออกในวันที่ 1 เม.ย. โดยอุตสาหกรรมโซลาร์ใช้เงินคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของอุปทานทั้งปี และมีฐานการผลิตหลักอยู่ในจีน 

ก่อนหน้านี้ กรมศุลกากรจีนเปิดเผยว่า การส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนในเดือนมี.ค. ขยายตัวอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบรายปี โดยการส่งออกเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 80% ขณะที่การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพิ่มขึ้น 53% และ 34% ตามลำดับ

ตัวเลขส่งออกล่าสุดยังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของการส่งออกพลังงานสีเขียวของจีน นับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่านเมื่อ 7 สัปดาห์ก่อน

จับตาตัวเลขจะโตยั่งยืนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าอัตราการนำเข้าโลหะเงินที่อยู่ในระดับสูงเช่นนี้ ไม่น่าจะยั่งยืน

“การนำเข้าที่พุ่งขึ้นอย่างมากเช่นนี้จะไม่สามารถยั่งยืนได้ และกระแสในอนาคตจะกลับสู่ระดับปกติ" ซื่อเจีย อู๋ นักวิเคราะห์จากบริษัทจินรุ่ย ฟิวเจอร์ส ในเซินเจิ้นกล่าว “ไม่มีภาวะอุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลในระยะยาวสำหรับเงิน เนื่องจากจีนเป็นผู้ผลิตโลหะเงินรายใหญ่ที่สุดของโลก”

บลูมเบิร์กระบุว่า ความต้องการที่แข็งแกร่งผลักดันให้ราคาในตลาดจีนสูงกว่าราคาตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ กระตุ้นให้นักค้าโลหะขนส่งเงินจากทั่วโลกเข้ามาเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาในจีน โดยส่วนใหญ่จะผ่านมาทางฮ่องกง

ทั้งนี้ ราคาเงินและทองคำได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนม.ค. หลังวิกฤติพลังงานจากสงครามอิหร่านจุดความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งกดดันสินทรัพย์มีค่าแบบไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยซึ่งมักเกิดตามการปรับขึ้นของราคาอย่างร้อนแรง ก็เริ่มชะลอตัวลง

ส่วนการใช้โลหะเงินในภาคอุตสาหกรรมของจีน ยังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลปักกิ่งที่ให้คำมั่นจะควบคุมกำลัง "การผลิตส่วนเกิน" ในภาคโซลาร์ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้ผลผลิตลดลง ขณะที่ราคาที่อยู่ในระดับสูงยังอาจผลักดันให้อุตสาหกรรมหันไปใช้โลหะพื้นฐานที่มีราคาถูกกว่าแทนเงิน