วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

ต่างชาติแห่ขายทิ้ง 'ตราสารหนี้เอเชีย' เงินไหลออกสูงสุดในรอบ 4 ปี

ต่างชาติแห่ขายทิ้ง 'ตราสารหนี้เอเชีย' เงินไหลออกสูงสุดในรอบ 4 ปี

ต่างชาติขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เอเชียพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ กดดันความต้องการลงทุน เทียบ 5 ประเทศ 'เกาหลีใต้' โดนขายทิ้งหนักสุด

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ตลาดตราสารหนี้เอเชียในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ถูกขายสุทธิมีเงินไหลออกรายเดือน "สูงที่สุดในรอบ 4 ปี" หลังการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้จุดกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและกดดันความต้องการลงทุน

ข้อมูลที่รวบรวมจากตลาดตราสารหนี้ 5 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ ไทย มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 7.57 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.43 แสนล้านบาท) ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา

ตัวเลขนี้ถือเป็นยอดเงินทุนไหลออกรายเดือนที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2022 ตามข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลและสมาคมตลาดตราสารหนี้ในแต่ละประเทศ

ต่างชาติแห่ขายทิ้ง 'ตราสารหนี้เอเชีย' เงินไหลออกสูงสุดในรอบ 4 ปี

คูน โก๊ะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียของธนาคาร ANZ กล่าวว่า “นักลงทุนกำลังลดการถือครองตราสารหนี้ลง จากความกังวลว่าแนวโน้มเงินเฟ้อกำลังบั่นทอนความน่าดึงดูดของการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว”

"ตลาดเกาหลีใต้" เผชิญเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิมากที่สุดถึง 7.25 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกต่อราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกจากการที่พันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นของเกาหลีใต้จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี World Government Bond Index (WGBI) ของ FTSE Russell ตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นต้นไป

นักลงทุนต่างชาติยังเทตราสารหนี้ "อินโดนีเซีย" และ "ไทย" คิดเป็นมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ และ 708 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ สวนทางกับตลาด "มาเลเซีย" และ "อินเดีย" ที่มียอดเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ 1.52 พันล้านดอลลาร์ และ 671 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) กลับมาปรับตัวขึ้นราว 5.4% แตะ 95.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ จากความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจไม่สามารถยืนระยะได้ หลังวอชิงตันระบุว่าได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านลำหนึ่งที่พยายามฝ่ามาตรการปิดล้อม ขณะที่เตหะรานประกาศว่าจะตอบโต้

คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “ยิ่งราคาพลังงานทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานเท่าไร และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดการสัญจรนานเท่าไร โอกาสที่เงินเฟ้อในสินค้ากับบริการหลายประเภทจะฝังลึกก็ยิ่งมีมากขึ้น”


ที่มา: Reuters