สงครามเดือด ดัน ‘หุ้นอาวุธ’ เอเชียเนื้อหอม 3 ยักษ์กลาโหมติดโผผลงานดีสุดในโลก อานิสงส์แห่เพิ่มงบกลาโหม นักลงทุนแห่เก็งกำไรระยะยาว
บลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศใน “เอเชีย” กลับมาเป็นที่จับตาของนักลงทุนอีกครั้ง หลังเกิดการเร่งสะสมอาวุธทั่วโลกซึ่งมีชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยนักลงทุนมองว่านี่ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
3 บริษัทเอเชียติดท็อปโลก
ปีนี้ หุ้นเอเชีย 3 บริษัท ได้แก่ Hanwha Systems และ LIG Nex1 จากเกาหลีใต้ รวมถึง Astroscale จากญี่ปุ่น ติดอันดับ 5 บริษัทด้านกลาโหมที่มีผลงานดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Bloomberg
ส่วนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศของอินเดียก็พุ่งขึ้น 14% ในปีนี้ จากนโยบายเน้นผลิตและซื้อในประเทศ หรือ หุ้น ST Engineering Ltd. ในสิงคโปร์ ราคาบวกขึ้น 13% นับแต่เริ่มสงคราม
สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง BofA Securities และ Jupiter Asset Management ชี้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายตัว เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร
TJ Thornton จาก BofA Securities และ ฟรานซิส ตัน จาก CA Indosuez วิเคราะห์ว่าเอเชียเปลี่ยนจาก "ผู้ซื้อ" มาเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" โดยมีจุดเด่นคือ เกาหลีใต้โดดเด่นเรื่องราคาที่แข่งขันได้ เทคโนโลยีมาตรฐาน NATO และ ระยะเวลาการส่งมอบที่เร็วที่สุดในโลก รวมทั้งบริษัทเอเชียสามารถแทรกตัวเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐและยุโรปได้อย่างแนบเนียน
ตะวันออกกลาง ตัวเร่งงบประมาณ
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน แม้จะมีความพยายามเจรจาสันติภาพ โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่ากองทัพเรือสหรัฐ ได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าอิหร่านหลังการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซนานหนึ่งสัปดาห์ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประเทศในตะวันออกกลางและยุโรปต้องเร่งเพิ่มงบประมาณทหารเพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์จากการ "ตั้งรับ" เป็น "การป้องปรามเชิงรุก"
NATO ตั้งเป้าจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้ถึง 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ระบุว่าตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของยุโรปเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 10% ต่อปี (ในรูปเงินดอลลาร์) โดยมีสงครามในยูเครนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักก่อนหน้านี้
เว่ย หลี่ หัวหน้านักกลยุทธ์จาก BlackRock ระบุว่าสงครามตะวันออกกลางคือตัวเร่งโครงสร้างธุรกิจความมั่นคง นักลงทุนอาศัยจังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัวลงในช่วงสงครามเพื่อเข้าซื้อ เพราะเชื่อมั่นในเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงกว่าเดิมในระยะยาว
แซม คอนราด จาก Jupiter Asset Management ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลหลายแห่งทั่วโลกแทบไม่ได้เพิ่มงบกลาโหมเมื่อเทียบกับ GDP มานานหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นแม้สงครามอิหร่านจะจบลงในวันพรุ่งนี้ แต่แผนการเพิ่มงบประมาณทหารจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
อ้างอิง Bloomberg





