‘จีน’ เล็งออกบอนด์พิเศษ 30 ปี ล็อตใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ 8.5 หมื่นล้านหยวน หวังระดมทุนก้อนใหญ่-ต้นทุนต่ำ กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโปรเจกต์ยักษ์
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า “จีน” กำลังจะเปิดขายพันธบัตรรัฐบาล หรือ บอนด์ ระยะยาวพิเศษอายุ 30 ปี (Ultra-long special government bonds) ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.69 ที่จะถึงนี้ มูลค่ารวม 8.5 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเสนอขายที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามการรวบรวมข้อมูลของ Bloomberg ตั้งแต่ปี 2007
ช่องทาง 'จีน' ระดมทุนก้อนใหญ่ ไม่กระทบขาดดุล
ตามแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนยังมีแผนที่จะออกพันธบัตรอายุ 20 ปี เพิ่มเติมอีกมูลค่า 3.4 หมื่นล้านหยวน ด้วยเช่นกัน
กระทรวงการคลัง ยังได้เปิดเผยตารางการออกพันธบัตร ซึ่งระบุว่าจะยังคงรักษาช่วงอายุของพันธบัตรไว้ที่ 20 ปี, 30 ปี และ 50 ปี ในการประมูลที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย.ถึง ต.ค.นี้ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการสยบกระแสคาดการณ์ของตลาดก่อนหน้านี้ที่ว่า รัฐบาลอาจมีการนำพันธบัตรที่มีอายุสั้นลง เช่น พันธบัตรอายุ 15 ปี เข้ามาผสมด้วย
การเปิดขายบอนด์ครั้งนี้จะถูกใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความต้องการของนักลงทุนในตลาด และสะท้อนให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบายยังคงให้ความสำคัญกับการระดมทุนระยะยาวเพื่อนำไปใช้ในโครงการขนาดใหญ่ โดยในปีนี้รัฐบาลปักกิ่งได้อนุมัติโควตาการออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษระยะยาวพิเศษไว้ที่ 1.3 ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เท่ากับปี 2025
พันธบัตรเหล่านี้ไม่ถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขงบประมาณขาดดุลหลัก จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาเงินทุนนอกงบประมาณที่ใช้กันเป็นปกติมาตั้งแต่ปี 2024 เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงให้เงินอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทางธุรกิจ โดยไม่ทำให้ตัวเลขชี้วัดทางการคลังดูแย่ลงในเชิงทางการ
นักลงทุนขานรับ ‘ยีลด์ร่วง-ราคาพุ่ง’
กลุ่มนักลงทุนไม่ได้ตื่นตระหนกกับการเพิ่มปริมาณพันธบัตรอายุ 30 ปี แต่กลับตอบรับในเชิงบวก โดยตลาดพันธบัตรจีน ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันจันทร์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลง 0.01% มาอยู่ที่ 2.25%
ในขณะที่ราคาในตลาดฟิวเจอร์สของพันธบัตรดังกล่าวพุ่งสูงขึ้น 0.2% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของการออกหนี้ระยะยาวส่งผลให้ความต่างของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจีนมีความชันมากขึ้น โดยส่วนต่างระหว่างพันธบัตรอายุ 30 ปี และ 10 ปี เคยห่างกันมากที่สุดในรอบ 4 ปีเมื่อเดือนมี.ค. เนื่องจากความกังวลเรื่องปริมาณสินค้าในตลาด และความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
แต่ล่าสุด อัตราผลตอบแทนอายุ 30 ปีกลับปรับตัวลดลงอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางใหม่ ประกอบกับระบบธนาคารมีสภาพคล่องล้นเหลือ จึงกลายเป็นแรงส่งให้ความต้องการพันธบัตรยังคงมีอยู่มาก
ภาพรวมนี้เน้นย้ำถึงความสามารถของจีนในการ "ควบคุมต้นทุนการกู้ยืม" ให้อยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจัยจากเงินเฟ้อที่ต่ำ และการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางจีนช่วยกดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่พุ่งสูงขึ้น
สถานการณ์นี้แตกต่างจากตลาดในสหราชอาณาจักรหรือญี่ปุ่น ที่ทางการต้องปรับแผนไปเน้นออกพันธบัตรระยะสั้นแทน หลังจากที่เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดพันธบัตรระยะยาวของประเทศเหล่านั้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





