วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

สรุป 5 ประเด็นร้อน ประชุม IMF-World Bank ท่ามกลาง 'พายุสงคราม‘

สรุป 5 ประเด็นร้อน ประชุม IMF-World Bank ท่ามกลาง 'พายุสงคราม‘

สรุป 5 ประเด็นร้อน จากประชุม IMF-World Bank ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ฟังมุมมองผู้กำหนดนโยบายกว่า 30 คน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 กังวลอะไร เมื่อผลกระทบลามถึงเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ

ในสัปดาห์นี้ ทั่วโลกกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่จะลุกลามสู่ “เศรษฐกิจโลก” 

ล่าสุดสำนักข่าวซีเอ็นบีซี ได้สัมภาษณ์เจาะลึกผู้ว่าการธนาคารกลาง นักการเมือง และผู้กำหนดนโยบายกว่า 30 ท่าน ระหว่างการประชุม IMF และธนาคารโลก  ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถึง ประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน นี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง

1. ความกังวลเรื่อง "สงครามยืดเยื้อ"

ประเด็นสงครามในอิหร่านกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในที่ประชุม IMF และธนาคารโลก เนื่องจากความไม่แน่นอนว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไร เมื่อความขัดแย้งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งกล่าวในงานอีเวนต์ที่ลาสเวกัสว่า "สงครามน่าจะจบลงเร็วๆ นี้" แต่ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 1 เม.ย. เขาก็เคยคาดการณ์ว่าอาจจบใน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจนถึงปัจจุบันทั้งวอชิงตันและเตหะรานต่างส่งสัญญาณที่สับสนออกมาตลอด ทำให้ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพยังคงคลุมเครือ

ปิแอร์ กราเมญญา กรรมการผู้จัดการกลไกการเงินเพื่อเสถียรภาพแห่งยุโรป (ESM) ยืนยันว่าไม่ต้องรอคาดการณ์อนาคต เพราะสงครามนี้ได้ส่งผลกระทบไปเรียบร้อยแล้ว โดยให้สังเกตได้จาก "อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น" และ "ราคาน้ำมันตามสถานีบริการทั่วโลก" ที่ขยับตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ปิแอร์ยืมคำคมของนักเขียนชื่อดัง กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ มาเปรียบเทียบว่า “การเริ่มสงครามนั้นง่ายกว่าการยุติมันมาก การเริ่มสงครามนั้น คุณไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร คุณต้องทำด้วยตัวเอง แต่การยุติสงครามนั้น คุณต้องตกลงกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับทวิภาคีหรือพหุภาคี และความไม่แน่นอนนี้กำลังส่งผลกระทบต่อมุมมองที่เรามีต่ออนาคตอย่างเห็นได้ชัด”

แม้จะมีสัญญาณบวกจากการเจรจา แต่ผู้กำหนดนโยบายฝั่งยุโรปยังคงออกมาเตือนให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่คิด

ฟร็องซัวส์ วิลเลอรอย เดอ กัลฮาว ผู้ว่าการธนาคารแห่งฝรั่งเศส ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายไม่ควรตั้งความหวังไว้กับฉากทัศน์ที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะความไม่แน่นอนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สงครามอาจยืดเยื้อและลุกลามจากภาคพลังงานไปสู่สินค้าประเภทอื่น ซึ่งจะส่งผลให้ "เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น" ขณะที่ "เศรษฐกิจจะเติบโตช้าลง"

เอลิซาเบธ สแวนเตสสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสวีเดน เตือนว่าเราอาจยังไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดของวิกฤตนี้ ซึ่งผลลัพธ์อาจเลวร้ายกว่าที่คิด ความรุนแรงและระยะเวลาของสงครามกำลังกัดเซาะกำลังซื้อของผู้คนทั่วโลก เมื่อความต้องการสินค้าลดลง การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกก็จะลดลงตามไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

2. ความเสี่ยง "Stagflation" เศรษฐกิจหยุดชะงักแต่ของแพงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะ Stagflation คือ ภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่เงินเฟ้อพุ่งสูงซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แก้ไขได้ยากที่สุดทางเศรษฐกิจ

ปิแอร์ กราเมญญา ระบุว่าหากสงครามยืดเยื้อไปอีกเพียง 2-3 เดือน และมีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ  อัตราเงินเฟ้อในปีนี้อาจดีดตัวสูงขึ้นอีก 1% ถึง 1.5% ทันที

ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากสงครามไม่จบลงและทวีความรุนแรงขึ้น อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงถึง 2.5% ซึ่งจะกลายเป็นเชื้อไฟสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก

3. ความมั่นคงด้านพลังงาน

คีเรียโกส ปิแอร์ราคาคิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกรีซ เตือนว่าโลกอาจกำลังเผชิญกับ "วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"

 นอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว ความเสี่ยงมหาศาลยังมาจากการขนส่งสินค้าสำคัญอื่นๆ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่น ปุ๋ย ซึ่งมีการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 3 ของโลก หรือสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กำมะถัน ฮีเลียม และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

พร้อมประเมินว่าผลกระทบใน เดือนเม.ย. อาจรุนแรงกว่าเดือนมี.ค. เนื่องจากสินค้าล็อตสุดท้ายที่ส่งออกจากท่าเรือก่อนเกิดความขัดแย้งกำลังจะเข้าเทียบท่าในวันที่ 20 เม.ย. ซึ่งหลังจากนั้นจะเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าอย่างชัดเจน  

นิโคลา วิลลิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนิวซีแลนด์ เตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจะนำไปสู่ ”สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” ซึ่งน้ำมันดิบจะติดอยู่ที่ตะวันออกกลางและไม่สามารถส่งไปยังโรงกลั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้

“เราอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนในภูมิภาคของเราได้ เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด และการที่อัตราเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมายเป็นสิ่งที่เราต้องคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด”  วิลลิสกล่าว

โรลันด์ เลสคูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า ยุโรปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในตลาดพลังงาน พร้อมกล่าวว่า “เราจะลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์ เราจะลงทุนในพลังงานหมุนเวียน”

  “วิกฤติครั้งนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า เราต้องการความเป็นอิสระมากขึ้น เราต้องการอำนาจอธิปไตยมากขึ้น เราต้องคิดใหม่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนในฐานะ “โอกาส” ไม่ใช่ภัยคุกคาม และหวังว่าเมื่อวิกฤติครั้งต่อไปมาถึง  ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เราจะสามารถรับมือได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

ในขณะเดียวกัน กฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก ได้เรียกร้องให้ “ทุกประเทศในเอเชีย” พิจารณาการกระจายแหล่งพลังงานของตน

4. ‘หมอก’ และ ‘เมฆ’ แห่งความไม่แน่นอน ความท้าทายในการกำหนดนโยบาย

ผู้กำหนดนโยบายระดับโลกยอมรับว่า การวางแผนล่วงหน้าทำได้ยากลำบากมากในขณะนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนที่ปกคลุมไปทั่วเหมือน "หมอก" ที่ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า

 เอลิซาเบธ สแวนเตสสัน จากสวีเดน ระบุว่าปัจจุบันไม่มีใครสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากการพยากรณ์ทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงและมีความไม่แน่นอนสูงมาก

โอลิ เรห์น ผู้ว่าการธนาคารกลางฟินแลนด์และกรรมการ ECB เน้นย้ำว่า ในขณะนี้ ECB ยังไม่สามารถให้คำมั่นหรือกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าที่ชัดเจนได้ แม้ตลาดจะคาดการณ์ว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ก็ตาม สาเหตุหลักมาจากความไม่ชัดเจนของระยะเวลาสงคราม ผลของการเจรจา และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับระบบผลิตพลังงานและเส้นทางขนส่ง 

เขาจึงมองว่าในสภาวะที่แนวโน้มยังพร่ามัวเช่นนี้ “การรอคอยเพื่อดูสถานการณ์ให้ชัดเจน” จึงเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญและมีค่าอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

โยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี และกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความคลุมเครือเป็นอย่างมาก

สำหรับการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งเกี่ยวกับอิหร่านที่มีการเปลี่ยนแปลงรายวัน ผู้กำหนดนโยบายจึงจำเป็นต้องตัดสินใจนโยบายแบบ "นัดต่อนัด"

นอกจากนี้ เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการประชุมอาจมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อีกมาก ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลหรือยืนยันล่วงหน้า เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินนโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

พรีมอซ โดเลนซ์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งสโลวีเนียและกรรมการ ECB ยอมรับว่า สงครามครั้งนี้ทำให้การประเมินทิศทางนโยบายการเงินทำได้ยากลำบาก

5. ความยืดหยุ่นของตลาด

แม้จะมีสงคราม แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยหุ้นสหรัฐฯ ยังคงพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่  All-time high  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 

ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกไม่รวมสหรัฐ แม้จะลดลงประมาณ 1% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม แต่ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้มากกว่า 8% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เวเรนา รอสส์ ประธานหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ยุโรป (ESMA) ระบุว่า ตลาดหุ้นยังคงดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบและมีความยืดหยุ่นสูง ผู้เล่นในตลาดยังสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือตลาดจะรับมือกับความผันผวนที่รุนแรงขึ้นในแต่ละวันได้อย่างไรต่อจากนี้

มาร์ตินส์ คาซัคส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวียและกรรมการ ECB ยอมรับว่า ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นที่ฟื้นกลับไปอยู่ในระดับก่อนเกิดสงครามเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

แต่เขาเตือนว่าหลังจากนี้เราจะเริ่มเห็น "ผลกระทบที่แท้จริง" ต่อภาคการผลิตและซัพพลายเชน เนื่องจากเรือขนส่งสินค้าเพิ่งเริ่มเดินทางมาถึง และยังมีอีกหลายลำที่ยังไม่สามารถออกเดินทางได้ ซึ่งการหยุดชะงักนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคจริงอย่างแน่นอน