วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

เปิด '3 ตระกูลของไทย' รวยสุดติด 20 อันดับตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026

เปิด '3 ตระกูลของไทย' รวยสุดติด 20 อันดับตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026

เปิด 20 'ตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026' ความมั่งคั่งพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 20 ล้านล้านบาท 'ตระกูลเจ้าสัวไทย' ติด 3 อันดับ 'เจียรวนนท์-อยู่วิทยา-จิราธิวัฒน์'

สำนักข่าวบลูมเบิร์กจัดอันดับ "20 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย ปี 2026" พบว่าในปีนี้ ครอบครัวมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด 20 อันดับแรกในเอเชีย มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไปอยู่ที่ 647,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 20 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นทั้งระดับ "สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์" และยังเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีมากที่สุด นับตั้งแต่ดัชนี Bloomberg Billionaires Index เริ่มจัดทำรายชื่อในปี 2019

ปีนี้ความมั่งคั่งกลับเพิ่มขึ้นมากแม้ว่า "ตลาดหุ้นทั่วโลก" จะเข้าสู่ภาวะปรับฐาน ท่ามกลางความตึงเครียดจาก "สงครามอิหร่าน" ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสั่นคลอนตลาดทุนและเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ตระกูลมหาเศรษฐีในเอเชียเหล่านี้ตั้งแต่ Samsung ในเกาหลีใต้ ไปจนถึง Reliance ในอินเดีย ก็อาศัยแรงหนุนจากกระแสความต้องการ "ชิป โลหะ และโครงสร้างพื้นฐาน" ขณะที่ในฝั่งฮ่องกงได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ความมั่งคั่งรวมของพวกเขาเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่ 

แม้ว่าเสียงเตือนเกี่ยวกับฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ความมั่งคั่งของกลุ่มทุนเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้กลับเติบโตขึ้นเร็วไม่แพ้กัน พวกเขาไม่ได้ทำกำไรจากการสร้าง AI โดยตรง แต่เป็นผู้จัดหาสิ่งที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ไม่ว่าจะเป็นโลหะ ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นว่ากระแส AI ไม่ได้เพียงแค่สร้างความมั่งคั่งใหม่ แต่ยังยกระดับ "ความมั่งคั่งเดิม" ด้วย 

ตระกูลที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือ “ตระกูลจาง” ในจีน โดยหุ้นของบริษัท "ไชน่า หงเฉียว กรุ๊ป" (China Hongqiao Group Ltd.) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งอะลูมิเนียม พุ่งขึ้นเกือบ 200% ในปีที่ผ่านมา หลังนักลงทุนหันมาลงทุนในอะลูมิเนียม ที่สำคัญมากต่อการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบ AI ที่ใช้พลังงานสูง รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน

มาร์ลีน ดีเลอมัน ศาสตราจารย์จาก IMD Business School ในสิงคโปร์ ระบุว่า “ขณะนี้รัฐบาลต่างๆ มีแนวโน้ม 'ชาตินิยม' มากขึ้น พวกเขาต้องการให้ดาต้าเซ็นเตอร์และขีดความสามารถด้านการผลิตตั้งอยู่ภายในประเทศ ซึ่งทำให้ตระกูลเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ”

10 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย 2026 

  1. อัมบานี (Ambani) บริษัท Reliance Industries Ltd., อินเดีย ทรัพย์สิน 8.97 หมื่นล้านดอลลาร์
  2. กว็อก (Kwok) บริษัท Sun Hung Kai Properties ฮ่องกง ทรัพย์สิน 5.02 หมื่นล้านดอลลาร์
  3. อี (Lee) บริษัท Samsung เกาหลีใต้ ทรัพย์สิน 4.55 หมื่นล้านดอลลาร์
  4. เจียรวนนท์ บริษัท Charoen Pokphand Group ไทย ทรัพย์สิน 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์
  5. จาง (Zhang) บริษัท China Hongqiao จีน ทรัพย์สิน 4.47 หมื่นล้านดอลลาร์
  6. ไช่ (Tsai) บริษัท Cathay Financial, Fubon Financial ไต้หวัน ทรัพย์สิน 3.43 หมื่นล้านดอลลาร์
  7. อยู่วิทยา บริษัท TCP Group ไทย ทรัพย์สิน 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์
  8. ฮาร์โตโน (Hartono) บริษัท Djarum, Bank Central Asia อินโดนีเซีย ทรัพย์สิน 3.02 หมื่นล้านดอลลาร์
  9. มิสทรี (Mistry) บริษัท Shapoorji Pallonji Group อินเดีย/ไอร์แลนด์ ทรัพย์สิน 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์
  10. จินดาล (Jindal) บริษัท OP Jindal Group อินเดีย ทรัพย์สิน 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์

 เปิด 3 ตระกูลเจ้าสัวไทยในระดับโลก

สำหรับปีนี้มี 3 ครอบครัวจาก "ประเทศไทย" ที่ติดอันดับ 20 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย นำโดย "เจียรวนนท์" แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) อยู่ในอันดับ 4 ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว ตามมาด้วย "อยู่วิทยา" แห่งอาณาจักรกระทิงแดง (Red Bull) ในอันดับ 7 และ "จิราธิวัฒน์" แห่งกลุ่มเซ็นทรัล (Central) ในอันดับ 20 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เปิด '3 ตระกูลของไทย' รวยสุดติด 20 อันดับตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026

อันดับ 4 - ตระกูลเจียรวนนท์ 
บริษัท: Charoen Pokphand Group
ความมั่งคั่ง: 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท)
อุตสาหกรรม: กลุ่มธุรกิจหลากหลาย (Conglomerate)
จำนวนรุ่น: 4 รุ่น

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1921 เมื่อ "เจี่ย เอ็กชอ" เดินทางมายังประเทศไทยในฐานะผู้ลี้ภัยจากจีนตอนใต้ และร่วมกับพี่ชายเปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานของการเติบโตยาวนานกว่าศตวรรษ

ปัจจุบันธุรกิจการเกษตรขนาดเล็กในอดีตได้พัฒนาเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานมากกว่า 450,000 คน โดย "ธนินท์ เจียรวนนท์" ดำรงตำแหน่งประธานอาวุโสของกลุ่ม

ในเดือนก.พ. 2026 ธุรกิจค้าปลีกของกลุ่ม CP Axtra เปิดแผนขยายธุรกิจมูลค่า 580 ล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดสาขา 110 แห่งในประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ไทม์ไลน์
1921: เจี่ย เอ็กชอ และพี่ชาย เปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์ในกรุงเทพฯ
1970: ธนินท์ เจียรวนนท์ น้องเล็กในพี่น้อง 4 คน ขึ้นเป็นประธานกลุ่ม หลังเข้าร่วมธุรกิจตั้งแต่อายุราว 25 ปี
2017: บุตรชายของธนินท์ 2 คน รับตำแหน่งซีอีโอและประธานกรรมการ
2020: กรวัฒน์ เจียรวนนท์ หลานชายของธนินท์ ก่อตั้ง Amity บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีลูกค้าเป็นบริษัทในเครือ CP บางแห่ง

 

เปิด '3 ตระกูลของไทย' รวยสุดติด 20 อันดับตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026
อันดับ 7 - ตระกูลอยู่วิทยา
บริษัท: TCP Group
ความมั่งคั่ง: 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.05 ล้านล้านบาท)
อุตสาหกรรม: อาหารและเครื่องดื่ม
จำนวนรุ่น: 2 รุ่น

"เฉลียว อยู่วิทยา" ก่อตั้งบริษัท T.C. Pharmaceutical ในปี 1956 เพื่อพัฒนาสูตรยาและจำหน่ายสินค้า ต่อมาได้ขยายธุรกิจสู่สินค้าอุปโภคบริโภค และในปี 1975 ได้คิดค้นเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง”

หลังจาก "ดีทริตช์ มาเตชิตซ์" นักการตลาดชาวออสเตรียค้นพบเครื่องดื่มดังกล่าวระหว่างเดินทางธุรกิจในเอเชีย เขาได้ร่วมมือกับเฉลียวปรับสูตรและทำตลาด "Red Bull" ในระดับโลก ความมั่งคั่งของตระกูลอยู่วิทยาและมาเตชิตซ์จึงผูกพันกับความสำเร็จของเครื่องดื่มดังกล่าว

ลูกชายคนโตของเฉลียว คือ "เฉลิม อยู่วิทยา" ได้รับหุ้น 2% ในบริษัทที่ก่อตั้งร่วมกับมาเตชิตซ์ ขณะที่น้องชาย "สราวุฒิ อยู่วิทยา" บริหาร TCP Group มานานกว่าทศวรรษ

ในปีที่ผ่านมา เฉลิมได้โอนหุ้น 2% ในธุรกิจ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับบริษัททรัสต์ที่ตั้งอยู่ในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

ไทม์ไลน์
1956: เฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้ง T.C. Pharmaceutical
2012: เฉลียวถึงแก่กรรม เปิดทางให้สราวุฒิขึ้นเป็นซีอีโอของ TCP Group

 

เปิด '3 ตระกูลของไทย' รวยสุดติด 20 อันดับตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026
อันดับ 20 - ตระกูลจิราธิวัฒน์ 
บริษัท: Central Group
ความมั่งคั่ง: 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.04 แสนล้านบาท)
อุตสาหกรรม: กลุ่มธุรกิจหลากหลาย (Conglomerate)
จำนวนรุ่น: 4 รุ่น

ตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ควบคุมกลุ่มเซ็นทรัล หนึ่งในกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยมีต้นกำเนิดจาก "เตียง จิราธิวัฒน์" ซึ่งอพยพมาจากไหหลำและเปิดร้านโชห่วยเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 บุตรชายของเขาบริหารกิจการต่อเนื่องราว 5 ทศวรรษ ก่อนที่ “ทศ จิราธิวัฒน์” หลานชายจะเข้ามารับช่วงต่อ

ในเดือนม.ค. 2026 กลุ่มบริษัทได้แต่งตั้ง ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของทศ จิราธิวัฒน์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ

ไทม์ไลน์
1947: เตียง จิราธิวัฒน์ ก่อตั้งเซ็นทรัล กรุ๊ป จากร้านค้าครอบครัวขนาดเล็กในกรุงเทพฯ
1956: สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ เปิดห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของกลุ่ม ซึ่งในเวลานั้นถือว่าใหญ่ที่สุดในไทย
2013: ทศ จิราธิวัฒน์ หลานชายขึ้นเป็นซีอีโอของกลุ่ม
2020: พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นรุ่นเหลน ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและงานบริการด้านเทคนิค ในธุรกิจโรงแรมของกลุ่ม

 

ที่มา: Bloomberg