เปิด 20 'ตระกูลมหาเศรษฐีเอเชีย 2026' ความมั่งคั่งพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 20 ล้านล้านบาท 'ตระกูลเจ้าสัวไทย' ติด 3 อันดับ 'เจียรวนนท์-อยู่วิทยา-จิราธิวัฒน์'
สำนักข่าวบลูมเบิร์กจัดอันดับ "20 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย ปี 2026" พบว่าในปีนี้ ครอบครัวมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด 20 อันดับแรกในเอเชีย มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไปอยู่ที่ 647,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 20 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นทั้งระดับ "สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์" และยังเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีมากที่สุด นับตั้งแต่ดัชนี Bloomberg Billionaires Index เริ่มจัดทำรายชื่อในปี 2019
ปีนี้ความมั่งคั่งกลับเพิ่มขึ้นมากแม้ว่า "ตลาดหุ้นทั่วโลก" จะเข้าสู่ภาวะปรับฐาน ท่ามกลางความตึงเครียดจาก "สงครามอิหร่าน" ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสั่นคลอนตลาดทุนและเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม ตระกูลมหาเศรษฐีในเอเชียเหล่านี้ตั้งแต่ Samsung ในเกาหลีใต้ ไปจนถึง Reliance ในอินเดีย ก็อาศัยแรงหนุนจากกระแสความต้องการ "ชิป โลหะ และโครงสร้างพื้นฐาน" ขณะที่ในฝั่งฮ่องกงได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ความมั่งคั่งรวมของพวกเขาเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่
แม้ว่าเสียงเตือนเกี่ยวกับฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ความมั่งคั่งของกลุ่มทุนเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้กลับเติบโตขึ้นเร็วไม่แพ้กัน พวกเขาไม่ได้ทำกำไรจากการสร้าง AI โดยตรง แต่เป็นผู้จัดหาสิ่งที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ไม่ว่าจะเป็นโลหะ ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นว่ากระแส AI ไม่ได้เพียงแค่สร้างความมั่งคั่งใหม่ แต่ยังยกระดับ "ความมั่งคั่งเดิม" ด้วย
ตระกูลที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือ “ตระกูลจาง” ในจีน โดยหุ้นของบริษัท "ไชน่า หงเฉียว กรุ๊ป" (China Hongqiao Group Ltd.) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งอะลูมิเนียม พุ่งขึ้นเกือบ 200% ในปีที่ผ่านมา หลังนักลงทุนหันมาลงทุนในอะลูมิเนียม ที่สำคัญมากต่อการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบ AI ที่ใช้พลังงานสูง รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน
มาร์ลีน ดีเลอมัน ศาสตราจารย์จาก IMD Business School ในสิงคโปร์ ระบุว่า “ขณะนี้รัฐบาลต่างๆ มีแนวโน้ม 'ชาตินิยม' มากขึ้น พวกเขาต้องการให้ดาต้าเซ็นเตอร์และขีดความสามารถด้านการผลิตตั้งอยู่ภายในประเทศ ซึ่งทำให้ตระกูลเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ”
10 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย 2026
- อัมบานี (Ambani) บริษัท Reliance Industries Ltd., อินเดีย ทรัพย์สิน 8.97 หมื่นล้านดอลลาร์
- กว็อก (Kwok) บริษัท Sun Hung Kai Properties ฮ่องกง ทรัพย์สิน 5.02 หมื่นล้านดอลลาร์
- อี (Lee) บริษัท Samsung เกาหลีใต้ ทรัพย์สิน 4.55 หมื่นล้านดอลลาร์
- เจียรวนนท์ บริษัท Charoen Pokphand Group ไทย ทรัพย์สิน 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์
- จาง (Zhang) บริษัท China Hongqiao จีน ทรัพย์สิน 4.47 หมื่นล้านดอลลาร์
- ไช่ (Tsai) บริษัท Cathay Financial, Fubon Financial ไต้หวัน ทรัพย์สิน 3.43 หมื่นล้านดอลลาร์
- อยู่วิทยา บริษัท TCP Group ไทย ทรัพย์สิน 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์
- ฮาร์โตโน (Hartono) บริษัท Djarum, Bank Central Asia อินโดนีเซีย ทรัพย์สิน 3.02 หมื่นล้านดอลลาร์
- มิสทรี (Mistry) บริษัท Shapoorji Pallonji Group อินเดีย/ไอร์แลนด์ ทรัพย์สิน 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์
- จินดาล (Jindal) บริษัท OP Jindal Group อินเดีย ทรัพย์สิน 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์
เปิด 3 ตระกูลเจ้าสัวไทยในระดับโลก
สำหรับปีนี้มี 3 ครอบครัวจาก "ประเทศไทย" ที่ติดอันดับ 20 ตระกูลมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย นำโดย "เจียรวนนท์" แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) อยู่ในอันดับ 4 ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว ตามมาด้วย "อยู่วิทยา" แห่งอาณาจักรกระทิงแดง (Red Bull) ในอันดับ 7 และ "จิราธิวัฒน์" แห่งกลุ่มเซ็นทรัล (Central) ในอันดับ 20 โดยมีรายละเอียดดังนี้
อันดับ 4 - ตระกูลเจียรวนนท์
บริษัท: Charoen Pokphand Group
ความมั่งคั่ง: 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท)
อุตสาหกรรม: กลุ่มธุรกิจหลากหลาย (Conglomerate)
จำนวนรุ่น: 4 รุ่น
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1921 เมื่อ "เจี่ย เอ็กชอ" เดินทางมายังประเทศไทยในฐานะผู้ลี้ภัยจากจีนตอนใต้ และร่วมกับพี่ชายเปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานของการเติบโตยาวนานกว่าศตวรรษ
ปัจจุบันธุรกิจการเกษตรขนาดเล็กในอดีตได้พัฒนาเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานมากกว่า 450,000 คน โดย "ธนินท์ เจียรวนนท์" ดำรงตำแหน่งประธานอาวุโสของกลุ่ม
ในเดือนก.พ. 2026 ธุรกิจค้าปลีกของกลุ่ม CP Axtra เปิดแผนขยายธุรกิจมูลค่า 580 ล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดสาขา 110 แห่งในประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ไทม์ไลน์
1921: เจี่ย เอ็กชอ และพี่ชาย เปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์ในกรุงเทพฯ
1970: ธนินท์ เจียรวนนท์ น้องเล็กในพี่น้อง 4 คน ขึ้นเป็นประธานกลุ่ม หลังเข้าร่วมธุรกิจตั้งแต่อายุราว 25 ปี
2017: บุตรชายของธนินท์ 2 คน รับตำแหน่งซีอีโอและประธานกรรมการ
2020: กรวัฒน์ เจียรวนนท์ หลานชายของธนินท์ ก่อตั้ง Amity บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีลูกค้าเป็นบริษัทในเครือ CP บางแห่ง
อันดับ 7 - ตระกูลอยู่วิทยา
บริษัท: TCP Group
ความมั่งคั่ง: 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.05 ล้านล้านบาท)
อุตสาหกรรม: อาหารและเครื่องดื่ม
จำนวนรุ่น: 2 รุ่น
"เฉลียว อยู่วิทยา" ก่อตั้งบริษัท T.C. Pharmaceutical ในปี 1956 เพื่อพัฒนาสูตรยาและจำหน่ายสินค้า ต่อมาได้ขยายธุรกิจสู่สินค้าอุปโภคบริโภค และในปี 1975 ได้คิดค้นเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง”
หลังจาก "ดีทริตช์ มาเตชิตซ์" นักการตลาดชาวออสเตรียค้นพบเครื่องดื่มดังกล่าวระหว่างเดินทางธุรกิจในเอเชีย เขาได้ร่วมมือกับเฉลียวปรับสูตรและทำตลาด "Red Bull" ในระดับโลก ความมั่งคั่งของตระกูลอยู่วิทยาและมาเตชิตซ์จึงผูกพันกับความสำเร็จของเครื่องดื่มดังกล่าว
ลูกชายคนโตของเฉลียว คือ "เฉลิม อยู่วิทยา" ได้รับหุ้น 2% ในบริษัทที่ก่อตั้งร่วมกับมาเตชิตซ์ ขณะที่น้องชาย "สราวุฒิ อยู่วิทยา" บริหาร TCP Group มานานกว่าทศวรรษ
ในปีที่ผ่านมา เฉลิมได้โอนหุ้น 2% ในธุรกิจ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับบริษัททรัสต์ที่ตั้งอยู่ในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ไทม์ไลน์
1956: เฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้ง T.C. Pharmaceutical
2012: เฉลียวถึงแก่กรรม เปิดทางให้สราวุฒิขึ้นเป็นซีอีโอของ TCP Group
อันดับ 20 - ตระกูลจิราธิวัฒน์
บริษัท: Central Group
ความมั่งคั่ง: 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.04 แสนล้านบาท)
อุตสาหกรรม: กลุ่มธุรกิจหลากหลาย (Conglomerate)
จำนวนรุ่น: 4 รุ่น
ตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ควบคุมกลุ่มเซ็นทรัล หนึ่งในกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยมีต้นกำเนิดจาก "เตียง จิราธิวัฒน์" ซึ่งอพยพมาจากไหหลำและเปิดร้านโชห่วยเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 บุตรชายของเขาบริหารกิจการต่อเนื่องราว 5 ทศวรรษ ก่อนที่ “ทศ จิราธิวัฒน์” หลานชายจะเข้ามารับช่วงต่อ
ในเดือนม.ค. 2026 กลุ่มบริษัทได้แต่งตั้ง ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของทศ จิราธิวัฒน์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
ไทม์ไลน์
1947: เตียง จิราธิวัฒน์ ก่อตั้งเซ็นทรัล กรุ๊ป จากร้านค้าครอบครัวขนาดเล็กในกรุงเทพฯ
1956: สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ เปิดห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของกลุ่ม ซึ่งในเวลานั้นถือว่าใหญ่ที่สุดในไทย
2013: ทศ จิราธิวัฒน์ หลานชายขึ้นเป็นซีอีโอของกลุ่ม
2020: พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นรุ่นเหลน ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและงานบริการด้านเทคนิค ในธุรกิจโรงแรมของกลุ่ม
ที่มา: Bloomberg





