ความเคลื่อนไหวล่าสุดของปธน.ทรัมป์ กำลังทำให้เกมนิวเคลียร์โลกพลิกอีกครั้ง เมื่อสหรัฐส่งสัญญาณ ‘ร่วมมือ’ กับอิหร่านในประเด็นยูเรเนียม แต่กลับถูกอิหร่านปฏิเสธทันควัน สะท้อนความไม่ไว้วางใจที่ยังฝังลึก แม้ฉากหน้าเริ่มพูดถึงสันติภาพ
ประธานาธิบดีทรัมป์เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า สหรัฐจะร่วมมือกับอิหร่านเพื่อนำ “ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน” กลับคืนมา และนำมันกลับไปยังสหรัฐ
“เราจะรวบรวมมันเข้าด้วยกัน เราจะเข้าไปทำงานร่วมกับอิหร่าน อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ และเริ่มขุดด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ เราจะนำมันกลับไปยังสหรัฐ” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
ด้านอิหร่านปฏิเสธว่า “ไม่เคยตกลง” ที่จะถ่ายโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้กับสหรัฐ โดยเอสมะอิล บักกาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐในเวลาต่อมาว่า “ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะไม่ถูกส่งไปที่ใด การถ่ายโอนยูเรเนียมไปยังสหรัฐไม่เคยเป็นทางเลือกสำหรับเรา”
ทั้งนี้ ฝั่งสหรัฐเชื่อกันว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะมากกว่า 900 ปอนด์ ที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 60% โดยทรัมป์ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลหลักของสงคราม คือเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่สามารถใช้ผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าหรือหัวรบนิวเคลียร์ มีเป้าหมายเพื่อการใช้งานพลเรือนอย่างสันติเท่านั้น
ในขณะนี้ ทรัมป์ดูมีความหวังต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม โดยเผยว่า “ข้อตกลงจะเกิดขึ้นเร็วมาก เราเข้ากันได้ดีกับอิหร่าน”
ทรัมป์ยังระบุว่า จำเป็นต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุข้อตกลง โดยอาจเกิดขึ้น “ช่วงสุดสัปดาห์นี้” และเสริมว่าเขา “อาจจะ” เดินทางไปยังอิสลามาบัดหลังจากมีข้อตกลง
“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ” เขากล่าว พร้อมระบุว่า สหรัฐกำลังทำงานร่วมกับอิหร่านในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบ
เมื่อถูกถามถึงรายงานที่ระบุว่าสหรัฐกำลังพิจารณาข้อตกลงมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับยูเรเนียม ทรัมป์ตอบว่า “ไม่เป็นความจริงเลย ไม่มีการโอนเงินใดๆ เกิดขึ้น”
อ้างอิง: reuters





