วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

IMF พูดถึง 'ระดับหนี้-นโยบายการคลัง- แนวโน้มดอกเบี้ย' ไทยว่ายังไง ?

IMF พูดถึง 'ระดับหนี้-นโยบายการคลัง- แนวโน้มดอกเบี้ย' ไทยว่ายังไง ?

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิด รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุ ไทยติดกลุ่มประเทศเปราะบาง ต่อวิกฤตราคาพลังงานสูงเหตุพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซถึง 8% ของ GDP แนะนโยบายการเงินควรระงับการลดดอกเบี้ยเพื่อเก็บกระสุนไว้ใช้ยามจำเป็น ขณะที่หนี้สาธารณะแตะ 65-66% เตือนรัฐบาลเร่งบริหารงบประมาณอย่างชาญฉลาด เน้นช่วยกลุ่มเปราะบางแบบเฉพาะเจาะจง

ในการแถลงข่าวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2026 วันที่ 16 เม.ย. นายคริชนา ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ได้ฉายภาพรวมเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญกับ “ภาวะช็อกด้านพลังงานรอบใหม่” (New Energy Shock) ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศในภูมิภาคนี้อย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะประเทศที่มีความเข้มข้นในการใช้พลังงานฟอสซิลสูง

IMF พูดถึง 'ระดับหนี้-นโยบายการคลัง- แนวโน้มดอกเบี้ย' ไทยว่ายังไง ?

ไทยพึ่งพาพลังงานสูง-เสี่ยงช็อกราคา 

IMF ระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเข้มข้นของการใช้พลังงานสูงมากโดยมูลค่าการใช้น้ำมันและก๊าซในไทยพุ่งสูงเกินกว่า 10% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่อยู่ที่ระดับ 4% นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิตในประเทศ ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก โดยมียอดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิ สูงถึง 8% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ร่วมกับสิงคโปร์ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางอย่างยิ่งหากราคาพลังงานในตลาดโลกเกิดความผันผวนหรือพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

นโยบายการเงิน: แนะหยุดลดดอกเบี้ยเพื่อรักษา "Policy Space" 

ในส่วนของนโยบายการเงิน IMF ให้ความเห็นว่า ในสภาวะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรพิจารณาระงับการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมไว้ก่อน ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) สำหรับการผ่อนคลายในอนาคตหากสถานการณ์เศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม IMF เน้นย้ำว่านโยบายการเงินจะต้องมีความคล่องตัว (Agile) หากพบว่าการส่งผ่านของราคาพลังงานเริ่มส่งผลกระทบต่อคาดการณ์เงินเฟ้อหรือค่าเงิน

หนี้สาธารณะ 66% ยังจัดการได้ แต่ต้องใช้เงินให้ "ฉลาด"

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงสถานะหนี้สาธารณะของไทยว่ามีความเปราะบางที่สุดในอาเซียนหรือไม่ นายคริชนาชี้แจงว่า ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 65-66% ของ GDP ซึ่งแม้จะอยู่ในฝั่งที่ค่อนข้างสูง (Higher Side) แต่ก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในภูมิภาค และมีระดับใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์

 

IMF พูดถึง 'ระดับหนี้-นโยบายการคลัง- แนวโน้มดอกเบี้ย' ไทยว่ายังไง ?

อย่างไรก็ตาม IMF มีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อรัฐบาลไทยในด้านนโยบายการคลัง ดังนี้:

  • การอุดหนุนแบบเฉพาะเจาะจง: รัฐบาลควรเปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาพลังงานแบบเหมาเข่ง (General Subsidies) มาเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า (Targeted Support) ไปยังครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและบริษัทที่ยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ (Viable Firms)
  • รักษาพื้นที่ทางการคลัง: การใช้ทรัพยากรทางการคลังต้องเป็นไปอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของนโยบายและคงไว้ซึ่งเสถียรภาพในระยะยาว
  • ปล่อยให้กลไกราคาทำงาน: IMF แนะนำให้ปล่อยผ่านสัญญาณราคาพลังงานที่แท้จริงเพื่อให้เกิดการปรับตัวด้านอุปสงค์และอุปสรรค มากกว่าการใช้มาตรการควบคุมราคาหรือลดภาษีซึ่งสร้างภาระต่องบประมาณและบิดเบือนกลไกตลาด

ในตอนท้าย ไอเอ็มเอฟ ได้ย้ำว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้ทุกประเทศ รวมถึงไทย ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งการเพิ่มความหลากหลายของคู่ค้า และที่สำคัญที่สุดคือการลงทุนในพลังงานทางเลือกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อภาวะช็อกด้านราคาพลังงานที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต