วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นหนุนวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วย 'อาเซียน' หาซื้อน้ำมัน

ญี่ปุ่นหนุนวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์  ช่วย 'อาเซียน' หาซื้อน้ำมัน

ญี่ปุ่นตั้งวงเงินหมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยประเทศในอาเซียนจัดหาน้ำมันรับมือช่วงสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นกระทบห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่นในภูมิภาค

ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (15 เม.ย.) ว่า จะจัดตั้งกรอบการสนับสนุนทางการเงินมูลค่าราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดหาทรัพยากรพลังงาน เช่น น้ำมันดิบ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคาพลังงานสูงขึ้นและกระทบห่วงโซ่อุปทาน

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ "ป้องกันผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น" โดยจะดำเนินการผ่านสถาบันการเงินที่รัฐบาลสนับสนุนเป็นหลัก เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JBIC) และองค์กรรับประกันแห่งประเทศญี่ปุ่น (Nippon Export and Investment Insurance : NEXI) 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ 

ภายหลังการประชุมสุดยอด Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus ทางออนไลน์ที่มีญี่ปุ่นเป็นแกนนำ และมีผู้นำจากฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เข้าร่วม นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทากาอิจิ กล่าวว่า มาตรการสนับสนุนดังกล่าวมีขนาดเทียบเท่าน้ำมันดิบสูงสุดถึง 1.2 พันล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศอาเซียนในระยะเวลา 1 ปี 

“เรามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับประเทศในเอเชียผ่านห่วงโซ่อุปทานและช่องทางอื่นๆ และพึ่งพาอาศัยกัน” ทาคาอิจิกล่าว พร้อมยกตัวอย่างอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องฟอกไต และท่อระบายทางศัลยกรรม

เธอกล่าวว่า ความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นจะช่วยชดเชยข้อจำกัดด้านเงินทุนและเครดิตของบางประเทศในการจัดหาน้ำมันดิบ พร้อมระบุว่า “การสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของเอเชีย จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย”

เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณสำรองน้ำมันน้อยกว่า ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น แนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมพลาสติก อยู่ในภาวะตึงตัวมากขึ้น ซึ่งความเสี่ยงที่การผลิตในภูมิภาคอาจต้องหยุดชะงักลงได้สร้างความกังวลต่อบรรดาผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขของญี่ปุ่น ที่พึ่งพาเอเชียในการจัดหาสินค้าจำเป็น เช่น ภาชนะบรรจุ ท่อ และถุงมือ

ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานของญี่ปุ่นระบุว่า ราว 90% ของน้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีปลายทางอยู่ในเอเชีย

รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ได้สำรองแนฟทาสำหรับใช้ภายในประเทศไว้ประมาณ 4 เดือน แต่ผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงต่อการส่งมอบสินค้าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแผนจะระบายน้ำมันสำรองจากคลังสำรองยุทธศาสตร์อีก 36 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามว่ามีประเทศใดร้องขอใช้น้ำมันจากคลังสำรองของญี่ปุ่นหลังการประชุม AZEC Plus หรือไม่ นายกฯ ทาคาอิจิปฏิเสธให้ความเห็น แต่ย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำมันสำรอง และจะไม่กระทบต่ออุปทานภายในประเทศ


ที่มา: Reuters