สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)ลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันและปริมาณน้ำมันทั่วโลกว่ามีแนวโน้มลดลงจากระดับปี 2568 เพราะผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก
IEA คาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันโลกในปี 2569 จะลดลง 80,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับก่อนหน้านี้ที่เคยคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึง 640,000 บาร์เรลต่อวันแบบปีต่อปี
นอกจากนี้ IEA ยังคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันโลกจะลดลง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีนี้ ลดลงอย่างมากจากเดือนที่แล้วที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ระบุด้วยว่า การบริโภคน้ำมันที่ลดลงอย่างมากเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก เพราะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง และการที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนทำให้เกิดภาวะชะงักของปริมาณน้ำมันครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ เฉพาะเดือน มี.ค.เพียงเดือนเดียว มีปริมาณน้ำมันหายไปจากระบบมากถึง 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจาก IEA มีความเห็นว่า แม้สงครามในอิหร่านจะยุติลง ราคาน้ำมันโลก อาจจะไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบขนส่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนาน
ทั้งนี้ สินทรัพย์ด้านพลังงานกว่า 40 แห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก และอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการระบายเรือที่ตกค้าง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนประเมินว่า การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานอาจใช้เวลานาน 3–5 ปี และถึงแม้ระบบโลจิสติกส์กลับมาใช้งานได้ ก็ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำมันและก๊าซที่ค้างอยู่
ถ้าสถานการณ์สู้รบยังไม่คลี่คลาย ตลาดน้ำมันโลกยังคงมีความเปราะบางต่อไป และอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างการขนส่งพลังงานในระยะยาว โดยราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไป





