ราคาน้ำมันดิบร่วงลง ขณะที่สหรัฐ และอิหร่านกำลังพิจารณาที่จะนัดพบเพื่อรื้อฟื้นการเจรจาหยุดยิงอีกรอบ หลังการเจรจารอบแรกล้มเหลวและสหรัฐปิดช่องแคบฮอร์มุซ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า วันอังคารนี้ (14 เม.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบลดลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เตหะรานได้ติดต่อเข้ามาเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ ภายหลังสหรัฐ เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงลงต่ำกว่า 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ปิดเหนือระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันเกี่ยวกับการจัดการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงระยะยาว หลังจากการเจรจารอบก่อนซึ่งนำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้
“เช้านี้เราได้รับโทรศัพท์จากคนที่ใช่ คนที่เหมาะสม และพวกเขาต้องการทำข้อตกลง” ทรัมป์กล่าว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อิหร่านพร้อมที่จะเดินหน้าการเจรจาสันติภาพต่อไป โดยยึดกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบระหว่างประเทศเท่านั้น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ระบุในแถลงการณ์บนพอร์ทัลข่าวทางการของรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังเดินหน้ามาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อระบอบการปกครองในเตหะราน เรือที่มุ่งหน้าไปหรือออกจากท่าเรือของอิหร่านจะอยู่ภายใต้มาตรการ “สกัดกั้น เบี่ยงเส้นทาง และยึดเรือ” ตามประกาศของสหรัฐ ฉบับหนึ่งที่บลูมเบิร์กได้รับมา
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) มีกำหนดจะเผยแพร่รายงานสถานการณ์ตลาดประจำเดือนในวันอังคาร ซึ่งจะให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับภาวะอุปทานและอุปสงค์น้ำมันโลก
- อัปเดตราคาเช้าอังคารนี้ (14 เม.ย. 69)
ราคาน้ำมันเบรนท์สำหรับการส่งมอบเดือนมิถุนายนลดลง 2.1% เหลือ 97.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 9:13 น.ตามเวลาสิงคโปร์ หลังเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายนปิดเพิ่มขึ้น 4.4% ที่ 99.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์
ราคาน้ำมัน WTI สำหรับการส่งมอบเดือนพฤษภาคมร่วงลง 2.3% เหลือ 96.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล





