คำขู่ของประธานาธิบดีสหรัฐมีขึ้นระหว่างให้สัมภาษณ์รายการซันเดย์ มอร์นิ่ง ฟิวเจอร์ส ของฟ็อกซ์ บิสสิเนส ที่มีมาเรีย บาร์ติโรโม เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นคำขู่ของสหรัฐก่อนหน้านี้ที่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 50% แก่ประเทศต่างๆที่จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิหร่าน โดยบาร์ติโรโม ถามว่า ประเทศต่างๆที่ว่า รวม จีน ด้วยหรือไม่
ประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบว่า "รวมด้วย"
ถือเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์เอ่ยชื่อจีนออกมาตรงๆต่อสาธารณะในประเด็นขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ต่างๆนาๆว่ามีประเทศใดบ้างที่จะตกเป็นเป้า และคำขู่นี้มีขึ้นหลังจากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านในปากีสถานยุติลงโดยไร้ข้อตกลงใดๆระหว่างกัน
ผู้นำสหรัฐนำเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโยงกับปัญหาขัดแย้งที่มีกับอิหร่าน โดยจะลงโทษด้วยมาตรการด้านภาษีแก่ทุกประเทศที่ส่งอาวุธโดยตรงให้อิหร่าน ซึ่งคำเตือนนี้ เป็นเหมือนเครื่องมือป้องปรามที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ระบบซัพพลายเชนโลก และความพยายามด้านการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สงครามขยายวงกว้าง
"ผมรู้มาว่าพวกเขาจะมอบขีปนาวุธประทับบ่า หรือที่เรียกกันว่าขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า ที่รู้จักกันในชื่อ MANPADs ให้แก่อิหร่าน แต่ก็สงสัยว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นหรือ แต่ถ้าพวกเขาทำแบบนั้น ก็ต้องเจอการตอบโต้ด้วยมาตรการภาษี 50% ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาล" ทรัมป์ กล่าว
ขณะสถานทูตจีนในวอชิงตัน ปฏิเสธข่าวที่ว่า จีน อาจจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่อิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ปัจจุบันเตหะรานอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงกับวอชิงตัน โดยยืนยันว่า รายงานข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
"ในฐานะประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ จีนปฏิบัติตามพันธสัญญาระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และจีนไม่เคยมอบอาวุธให้แก่ฝ่ายใดในความขัดแย้ง ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด" โฆษกสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ระบุ





