เหลียว หนิง โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของจีน(เอ็นไอเอ) รายงานเมื่อวันศุกร์ (10เม.ย.)ว่า ตรวจสอบพบการเข้า-ออกจีนทั้งหมด 185 ล้านครั้งในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ผลพวงจากการขยายนโยบายฟรีวีซ่าของทางการจีนและความพยายามต่างๆหลายรูปแบบเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนของทางการปักกิ่ง
ในจำนวนดังกล่าว มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีน 21.33 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 22.3% จากปีก่อน แซงหน้าการเดินทางของชาวจีนแผ่นดินใหญ่และผู้อาศัยจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันที่เดินทางเข้าจีนทำสถิติสูงสุดในช่วงก่อนหน้านั้น โดยผู้อาศัยจากจีนแผ่นดินใหญ่มีจำนวนเกือบ 91.67 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 14.2% ปีต่อปี ขณะที่ผู้อาศัยจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันรวมกันเกือบ 72.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.3%
ส่วนชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีนแบบไม่ต้องขอวีซ่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนเกือบ 8.32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 29.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี
โฆษกเอ็นไอเอ ระบุด้วยว่า ชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากทางการจีนเริ่มโครงการนำร่องเมื่อเดือนมี.ค.สำหรับการลงทะเบียนที่พักชั่วคราวผ่านทางออนไลน์ สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้พักในโรงแรม ในเมืองฉงชิ่ง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และมณฑลเหอเป่ย เหลียวหนิง เจ้อเจียง และเสฉวน
นอกจากนี้ สำนักงานเอ็นไอเอของจีนยังลดขั้นตอนการยื่นขอเอกสารเข้าและออกประเทศ พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดการออกวีซ่าและเอกสารอื่นๆสำหรับชาวต่างชาติอยู่ที่ 406,000 ฉบับ
เมื่อเดือนพ.ย.ปี 2568 กระทรวงต่างประเทศจีนประกาศขยายเวลานโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับ 45 ประเทศ รวมฝรั่งเศส เยอรมนี และสเปน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. ปี2569 ภายใต้นโยบายนี้ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีสิทธิ์สามารถเดินทางเข้าจีนเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ การท่องเที่ยว การเยี่ยมครอบครัว หรือการเปลี่ยนเครื่องได้นานสุด 30 วันโดยไม่ต้องใช้วีซ่า
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จีนเสนอการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับพลเมืองจากหลายสิบประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการคุมเข้มมาตรการควบคุมโควิด-19 มานานหลายปี และส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับต่างชาติ





