วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Geely ท้าชิงบัลลังก์ BYD ขึ้นแท่นหุ้น EV พุ่งแรงสุดในโลก

Geely ผงาดท้าชิงบัลลังก์ BYD ราคาหุ้นบวก 50% ขึ้นแท่นหุ้น EV พุ่งแรงที่สุดในโลก หลังพลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ รุกตลาดไฮเอนด์-กำไรทุบสถิติ ตั้งเป้าทะยานสู่ Top 5 โลก

KEY POINTS

  •  หุ้น Geely  พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี ขึ้นแท่นเป็นหุ้นกลุ่ม EV ที่ทำผลงานดีที่สุดในโลก แซงหน้าคู่แข่งอย่าง BYD ที่โตเพียง 7%
  • ความร้อนแรงของหุ้นมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และ "กำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์" ซึ่งดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ
  • จุดเด่นสำคัญคือ การพลิกโฉมรุกตลาดระดับ "ไฮเอนด์" ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าแบรนด์ และอัตรากำไร แตกต่างจาก BYD ที่เน้นปริมาณ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า หุ้นของบริษัท จีลี่ ออโตโมบิล (Geely Automobile Holdings Ltd.)  บริษัทยานยนต์ข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ก้าวขึ้นเป็นหุ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในโลกในขณะนี้  จากราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปรับโฉมแบรนด์ 

หากนับตั้งแต่ช่วงสงครามอิหร่านเริ่มต้น ราคาหุ้น Geely ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงพุ่งสูงขึ้นแล้วมากกว่า 50% ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ซึ่งเป็นการเติบโตที่ทิ้งห่างดัชนีหุ้นยานยนต์ไฟฟ้าโลกทั้ง 81 บริษัท อย่างขาดลอย 

ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง BYD ในช่วงเวลาเดียวกันราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเพียง 7% เท่านั้น โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากวิกฤตการณ์น้ำมันที่กระตุ้นให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

อะไรทำให้ Geely แซง BYD

ความร้อนแรงของหุ้น Geely มาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และ "กำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์" และนักลงทุนต่างชาติมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดไปทั่วโลก ทำให้ Geely ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ BYD ท่ามกลางตลาด EV จีนที่ดุเดือด และมีปัญหาการผลิตล้นตลาด 

ผู้จัดการกองทุนจาก Allspring Global Investments ให้ความเห็นว่า แม้ BYD จะเป็นเจ้าตลาดในแง่ของ "ปริมาณ" แต่ Geely มีจุดแข็งที่ความหลากหลายของแบรนด์ ความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยี และระดับราคาที่ครอบคลุมกว่า 

นอกจากนี้ Geely ยังมีแต้มต่อจากประสบการณ์การบริหารแบรนด์ระดับสากลอย่าง Volvo Car AB ซึ่งช่วยให้การขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศทำได้คล่องตัวกว่า

ในอดีต Geely เคยถูกนักลงทุนมองข้ามเนื่องจากการยึดติดกับรถยนต์น้ำมัน และความกังวลด้านธรรมาภิบาล แต่หลังจากปรับปรุงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เน้นการคุมต้นทุน และรวมแบรนด์ให้ชัดเจน 

ผลลัพธ์ก็ปรากฏชัดในปี 2026 โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี Geely สามารถทำยอดขายแซงหน้า BYD ได้สำเร็จ แม้ BYD จะกลับมาทวงตำแหน่งคืนได้ในเดือนมี.ค.ก็ตาม

ตัวเลขการส่งออกของ Geely ในปี 2026 เติบโตอย่างก้าวกระโดดแบบ "เท่าตัว" ในทุกๆ เดือน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มยอดขายรวมอีก 14% ในปีนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ภายในสิ้นทศวรรษนี้

นักวิเคราะห์จาก CLSA ระบุว่า จุดเด่นที่ทำให้ Geely แตกต่างคือ ความสามารถในการเจาะตลาดระดับ "ไฮเอนด์"  ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าแบรนด์ และอัตรากำไร ส่งผลให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นขึ้นเฉลี่ยถึง 35% และปัจจุบันหุ้น Geely ยังได้รับคำแนะนำให้ "ซื้อ" สูงถึง 98% จากบรรดานักวิเคราะห์ทั้งหมดที่ Bloomberg รวบรวมข้อมูลไว้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์