วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

บริษัทญี่ปุ่นพากันล้มละลาย ‘สูงสุดในรอบ 12 ปี’

บริษัทญี่ปุ่นพากันล้มละลาย ‘สูงสุดในรอบ 12 ปี’

ธุรกิจญี่ปุ่นเจอแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนพุ่ง ค่าแรงขาขึ้น ดอกเบี้ยสูง และแรงงานขาดแคลน จนจำนวนบริษัทล้มละลาย ‘พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี’

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า ญี่ปุ่นมีบริษัท (ที่มีหนี้ตั้งแต่ 10 ล้านเยน หรือราว 2 ล้านบาทขึ้นไป) ล้มละลาย 10,505 แห่งในปีงบประมาณ 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน จนนับเป็น “ยอดสูงสุดในรอบ 12 ปี” สาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทั้งราคาสินค้า และค่าแรงที่กดดันธุรกิจอย่างหนัก

การล้มละลายส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง โดยมีมากถึง 8,092 กรณี หรือคิดเป็น 77% ของทั้งหมด เป็นบริษัทที่มีพนักงานไม่ถึง 5 คน

แม้จำนวนบริษัทล้มละลายจะเพิ่มขึ้น แต่กรณีขนาดใหญ่ยังมีค่อนข้างน้อย ส่งผลให้มูลค่าหนี้รวมลดลง 34% เหลือ 1.57 ล้านล้านเยน

ในบรรดากรณีที่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน การล้มละลายที่เกิดจากปัญหาขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้น 43% เป็น 442 กรณี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผลสำรวจ Tankan เดือนมีนาคม ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พบว่า ภาวะขาดแคลนแรงงานในทุกขนาดธุรกิจ และทุกอุตสาหกรรม “รุนแรงที่สุดในรอบ 34 ปี” ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อดึงดูดพนักงาน และยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านกระแสเงินสด

ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับสูงขึ้นตามการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ก็กลายเป็นภาระเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่มีหนี้สูง โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยจากยอดคงค้างของธนาคารในประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 1.263% ในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 0.997% เมื่อปีก่อน ตามข้อมูลของ BOJ

ไม่เพียงเท่านั้น การล้มละลายที่เกี่ยวกับต้นทุนที่สูงขึ้น ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอยู่ที่ 801 กรณีในปีงบประมาณ 2025 เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน ซึ่งค่าเงินเยนอ่อนค่า และปัจจัยอื่นๆ ยังคงดันต้นทุนวัตถุดิบให้สูงขึ้น

เมื่อพิจารณาตามอุตสาหกรรม การล้มละลายในภาคธุรกิจร้านอาหารเพิ่มขึ้น 2% เป็น 1,022 กรณี โดยอัตราการผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขาย อยู่ที่ 32.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมที่ 42.1% ตามข้อมูลของ Teikoku Databank

ส่วนภาคขนส่งมีการล้มละลาย 424 กรณี เท่ากับปีงบประมาณ 2024 แม้จำนวนจะยังไม่สูงในปี 2025 จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง แต่เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2026

โยชิฮิโระ ซากาตะ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลของ Tokyo Shoko Research กล่าวว่า “หากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านยืดเยื้อ อาจทำให้จำนวนการล้มละลายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาคขนส่ง เนื่องจากกำไรของบริษัท จะถูกกดดันมากขึ้น”

 

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์