ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของซาอุฯ ถูกโดรนยิงถล่มเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังข้อตกลงหยุดยิงมีผล หวั่นกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักที่เหลือรอดหลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า "ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก" ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านทางทะเลแดง ในวันที่ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดลงเพราะสงครามอิหร่านนั้น ได้ถูกโดรนยิงโจมตีเมื่อวันที่ 8 เม.ย. "เพียงไม่กี่ชั่วโมง" หลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
แหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า สถานีปั๊มตามแนวท่อเป็นเป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย ขณะที่บริษัทซาอุดี อรามโก ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
สำหรับท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก–ตะวันตก (East-West Pipeline) ถือเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งผลิตขนาดใหญ่ของซาอุฯ ในเมืองอับกาอิก ทางฝั่งตะวันออกของประเทศริมอ่าวเปอร์เซีย ไปยังท่าเรือยันบู (Yanbu) บนชายฝั่งทะเลแดงทางฝั่งตะวันตก โดยเป็นเส้นทาง "หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ" ที่แทบจะปิดตัวอยู่ในขณะนี้
ปัจจุบันซาอุฯ ได้เพิ่มปริมาณการส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวจนเต็มศักยภาพ ทำให้สามารถส่งออกน้ำมันได้เกือบ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 70% ของระดับก่อนเกิดสงคราม
เหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่อส่งน้ำมันเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่สหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน บรรลุ "ข้อตกลงหยุดยิง" ชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานเหตุโจมตีประปรายทั่วภูมิภาคในวันพุธ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง แต่จนถึงวันพุธที่ 8 เม.ย. การสัญจรยังคงถูกจำกัดอย่างมาก ทำให้เส้นทางตะวันออก–ตะวันตกและการส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือยันบูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อซาอุฯ และตลาดน้ำมันโลก





