เจ้าของเรือจับตาช่วง “เปิดฮอร์มุซ” หวังระบายเรือกว่า 800 ลำที่ติดค้าง แม้รายละเอียดเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ชัดเจน อิหร่านประกาศจะเจรจากับสหรัฐศุกร์นี้ภายใต้ 10 ข้อเงื่อนไขสำคัญ'
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บรรดาบริษัทเจ้าของเรือทั่วโลกกำลังเร่งประเมินรายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิง ที่อาจเปิดทางให้ "ช่องแคบฮอร์มุซ" กลับมาใช้งานได้ชั่วคราว โดยหวังที่จะใช้โอกาสนี้ระบายเรือ "มากกว่า 800 ลำ" ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียมานับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ.69
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดจะสิ้นสุดลง สหรัฐ และอิหร่านได้บรรลุ "ข้อตกลงหยุดยิง" เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในวันอังคาร ที่ 7 เม.ย.69 แลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม "รายละเอียดของข้อตกลงยังไม่ชัดเจน" โดยอิหร่านระบุว่าได้ตกลงให้มี “การผ่านทางอย่างปลอดภัย” เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้การประสานงานกับกองกำลังของตนเอง และอยู่ภายใต้ “ข้อจำกัดทางเทคนิค” แต่ฝ่ายทรัมป์ประกาศว่าจะมีการ “เปิดใช้งานฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย”
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายมีการตกลงเรื่องการชำระเงินหรือไม่ หรือข้อตกลงจะมีผลเมื่อใด
เปิด 10 ข้อเสนอเงื่อนไข 'อิหร่าน'
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวอัลจาซีรา และวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า อิหร่านเตรียมเปิดเจรจากับสหรัฐที่ปากีสถาน ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย.69 นี้ โดยการเจรจาจะยึดตาม "ข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน" ซึ่งรวมถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้
- สหรัฐต้องให้คำมั่นอย่างเป็นรูปธรรมในการรับประกันว่าจะไม่รุกรานอิหร่าน
- อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
- ยอมรับว่าอิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมสำหรับโครงการนิวเคลียร์ของตน
- ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลัก (primary sanctions) ทั้งหมดต่ออิหร่าน
- ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรอง (secondary sanctions) ทั้งหมดต่อหน่วยงานต่างชาติที่ทำธุรกิจกับสถาบันของอิหร่าน
- ยุติข้อมติทั้งหมดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มุ่งเป้าไปยังอิหร่าน
- ยุติข้อมติทั้งหมดของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
- จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงครามให้อิหร่าน
- ถอนกำลังทหารรบของสหรัฐทั้งหมดออกจากภูมิภาค
- หยุดยิงในทุกแนวรบ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน
เจ้าของเรือหวังปล่อยเรือที่ติดค้าง 800 ลำ
อย่างไรก็ดี สำหรับบรรดาบริษัทเจ้าของเรือ ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดีมากพอแล้วที่จะสร้างความหวังให้ได้ โดยสมาคมเจ้าของเรือญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่ระบุว่า จะตรวจสอบรายละเอียดของข้อตกลงระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ก่อนแจ้งข้อมูลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เตือนว่า ยังต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมก่อนที่เรือจะเริ่มเคลื่อนตัว และแม้ในกรณีที่ดีที่สุด การไหลเวียนของการขนส่งก็ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยในภาวะปกติจะมีเรือผ่านช่องแคบนี้ราว 135 ลำต่อวัน แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างมาก
เจนนิเฟอร์ พาร์กเกอร์ อาจารย์พิเศษจากสถาบันด้านกลาโหม และความมั่นคง มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าวว่า “คุณไม่สามารถเปิดการไหลเวียนของการขนส่งทางเรือทั่วโลกกลับมาได้ภายใน 24 ชั่วโมง” พร้อมระบุว่า “เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทประกันภัย และลูกเรือ ต้องเชื่อว่าความเสี่ยงลดลงจริงๆ ไม่ใช่แค่หยุดชั่วคราว”
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า "เรือขนส่งพลังงาน" ถือเป็นสัดส่วนหลักๆ ของกองเรือที่ติดค้างอยู่ในอ่าว โดยปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบ และพลังงานสะอาด 426 ลำ, เรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) 34 ลำ และเรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 19 ลำ ส่วนที่เหลือเป็นเรือบรรทุกสินค้าแห้ง เช่น สินค้าเกษตร โลหะ หรือคอนเทนเนอร์อื่นๆ
บลูมเบิร์ก ระบุว่า การเคลื่อนตัวของเรือ LNG จะถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากยังไม่มีเรือที่บรรทุก LNG แล้วลำใดที่สามารถผ่านช่องแคบได้นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และความพยายามล่าสุดในการผ่านช่องแคบต้องยกเลิกในนาทีสุดท้าย ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา มีการขนส่ง LNG ทั่วโลกที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 20%
ตามข้อมูลขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ณ สิ้นเดือนมี.ค.2026 มีลูกเรือพลเรือนราว 20,000 คนติดค้างอยู่บนเรือเหล่านี้ รวมถึงเรือสนับสนุน และเรือบริการอื่นๆ โดย IMO ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติเตือนว่า ลูกเรือเหล่านี้กำลังเผชิญกับเสบียงที่ลดลง ความเหนื่อยล้า และความเครียดทางจิตใจ
ที่มา: Bloomberg, Aljazeera, WSJ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





