วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

แบงก์จีน ‘สวนวิกฤติสงคราม’ หุ้นแบงก์พุ่ง ‘ชนะ’ ดัชนีตลาดรวม

แบงก์จีน ‘สวนวิกฤติสงคราม’ หุ้นแบงก์พุ่ง ‘ชนะ’ ดัชนีตลาดรวม

ท่ามกลางแรงเขย่าหนักจากสงครามอิหร่าน ‘หุ้นธนาคารจีน’ กลับ ‘ยืนสวนกระแส’ กลายเป็นหลุมหลบภัยของนักลงทุน ด้วยเงินปันผลที่จูงใจและสัญญาณกำไรฟื้นตัว ทำให้ภาคธนาคารจีนถูกจับตาว่า อาจเป็นหนึ่งในหุ้นไม่กี่กลุ่มที่ยัง ‘แข็งแกร่ง’ ในโลกยุคสงคราม

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ หุ้นกลุ่มธนาคารจีนกลับปรับตัว “ดีกว่าตลาดโดยรวม” โดยมีแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ และแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น ตามมุมมองของนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์จาก Citigroup ระบุว่า มีโอกาสที่ธนาคารจะทำผลงาน “ดีกว่าคาด” ในไตรมาสแรก โดยฝ่ายบริหารของธนาคารหลายแห่งได้ส่งสัญญาณแล้วว่า รายได้มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น จากแรงกดดันด้านมาร์จิ้นที่ผ่อนคลายลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง

เห็นได้จากดัชนีหุ้นธนาคารจีน ใน CSI 300 Index “ปรับตัวขึ้น 2.7%” นับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มต้น เทียบกับดัชนีตลาดโดยรวมที่ลดลง 5.7%

“เรามีแนวโน้มจะเห็นมาร์จิ้นของทั้งระบบธนาคารเริ่มทรงตัว หรือบางธนาคารอาจเห็นการฟื้นตัวในไตรมาสแรก”

หวัง อี้เฟือง นักวิเคราะห์การเงินหัวหน้าจาก Everbright Securities กล่าวว่า “ปัจจัยนี้จะยังคงดึงดูดนักลงทุนต่อไป” โดยธนาคารขนาดใหญ่ของจีนมีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกในช่วงปลายเดือนเมษายน

ทั้งนี้ แรงกดดันด้านส่วนต่างกำไรของธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของจีนเริ่มผ่อนคลายในปี 2025 เพราะต้นทุนการระดมเงินลดลง โดยธนาคารใหญ่อย่าง Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) และ Agricultural Bank of China มีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 14 จุด เหลือ 1.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าดีขึ้น เพราะในปี 2024 ส่วนต่างกำไรของสองธนาคารนี้เคยลดลงมากกว่านี้ คือ 19 และ 18 จุดฐานตามลำดับ

นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลที่ “มั่นคงและน่าสนใจ” อาจดึงดูดนักลงทุนที่มองหาหุ้นเชิงรับ (Defensive) ในภาวะที่ความไม่แน่นอนสูง โดยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นธนาคารจีนในอีก 12 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ “ประมาณ 5%” เทียบกับ 2.8% ของดัชนี CSI 300 Index และประมาณ 1.8% ของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี 

อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจแย่ลง จากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ แต่การสนับสนุนจากภาครัฐอาจช่วยพยุงภาคธนาคารได้

“ด้วยแนวโน้มกำไรของธนาคารจีนที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ความยืดหยุ่นด้านนโยบายของจีนในการรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ และบทบาทเชิงระบบของธนาคารรัฐ หุ้นธนาคารจีนมีแนวโน้มจะปรับตัวได้แข็งแกร่งกว่าภาคส่วนอื่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินต่อไป” ฝู จื้อเฟือง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนจาก Shanghai Chengzhou Investment Management กล่าว

อ้างอิง: bloomberg