สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท บ้านปู จำกัด หรือ Banpu ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย เตรียมทุ่มงบลงทุนอย่างน้อย 1.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยผ่านบริษัทลูกอย่าง BKV Corp. ที่กำลังพิจารณาทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่และการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 1,000 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจในรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บ้านปูดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอยู่แล้วผ่านบริษัทในเครือที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ
สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบ้านปู ระบุว่า ธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐ จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความต้องการไฟฟ้าที่ยั่งยืนของกลุ่ม Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์ในปัจจุบันจะปรับตัวสูงขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความคุ้มค่าในการลงทุน ท่ามกลางภาพรวมการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐ ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตึงตัวของอุปทานในบางภูมิภาคและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้เข้าสู่ตลาด
ในด้านยุทธศาสตร์การดำเนินงาน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยว่า บ้านปูยังคงเดินหน้าเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากถ่านหินไปสู่พลังงานที่สะอาดและมีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น พลังงานจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจถ่านหินกลับได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างไม่คาดคิดจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของไทยรายนี้ต้องเตรียมเร่งกำลังการผลิตในเหมืองที่จีน อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ที่ติดต่อเข้ามา
ปัจจุบัน บ้านปูมีโรงไฟฟ้าในเท็กซัส 2 แห่งที่เข้าซื้อในช่วงปี 2021 และ 2023 โดยมีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ และยังมีโครงการพลังงานในจีน ลาว เวียดนาม และออสเตรเลีย รวมอีกกว่า 3,000 เมกะวัตต์





