รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (7 เม.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังอิหร่านและสหรัฐฯ ได้รับแผนการยุติสงครามแต่อิหร่านยังคงปฏิเสธการหยุดยิงโดยทันที
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับกรอบแผนการยุติความขัดแย้งแล้ว แต่อิหร่านมีการปฏิเสธการหยุดยิงโดยทันทีและยังคงปฏิเสธการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับประธาธิบดีของสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านโดยการขมขู่ว่าจะมีการโจมตีเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน
รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานอย่างโรงไฟฟ้า หากอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันอังคารที่ 7 เม.ย. 69 ทั้งนี้นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
(+/-) แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมีจากอิรัก ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงปิดอยู่ อย่างไรก็ตาม มีการรายงานข้อมูลการเดินเรือ ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 2 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา
พบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันบางลำที่ดำเนินการโดยโอมาน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของฝรั่งเศส และเรือบรรทุกก๊าซของญี่ปุ่น สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของประเทศอิหร่านที่อนุญาตให้เรือจากบางประเทศที่อิหร่านมองว่าเป็นมิตรสามารถแล่นผ่านได้
(-) เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 5 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ (OPEC+) และพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือน พ.ค. 69 ท่ามกลางความปั่นป่วนของโรงกลั่นต่าง ๆ ทั่วเอเชียและยุโรปที่พยายามหาน้ำมันดิบทางเลือก ส่งผลให้ค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์





