สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ 5 ประเทศยุโรปคือ เยอรมนี อิตาลี สเปน โปรตุเกส และออสเตรีย ส่งจดหมายถึง นายโวปเกอ ฮุกสตรา กรรมาธิการยุโรป ซึ่งรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศ เรียกร้องให้มีการเก็บภาษีกำไรส่วนเกิน หรือภาษีลาภลอยบริษัทพลังงานเพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันแพงจากสงครามอิหร่าน-สหรัฐ โดยมั่นใจว่า ข้อเรียกร้องนี้สะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของยุโรป และสามารถทำได้จริง
“นี่เป็นการส่งสัญญาณว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์จากสงครามต้องมีส่วนร่วมในการลดภาระของประชาชน”แถลงการณ์จาก 5 รัฐมนตรีคลังยุโรป ระบุ
นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ราคาน้ำมันและก๊าซก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ยุโรปเผชิญวิกฤติราคาพลังงานเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อปี 2565 แม้ทุกวันนี้ ยุโรปจะพึ่งพาพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นก็ตาม
จดหมายฉบับนี้จากรัฐมนตรีคลัง 5 ประเทศยุโรป ระบุด้วยว่า “คณะกรรมาธิการยุโรปควรเร่งมือพัฒนาเครื่องมือจัดเก็บรายได้ที่มีพื้นฐานทางกฏหมายที่แข็งแกร่งฉบับเดียวกัน เพื่อรับมือกับภาวะบิดเบี้ยวของตลาดและข้อจำกัดด้านการคลังในปัจจุบัน”
อย่างไรก็ตาม จดหมายนี้ ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับรายละเอียดข้อเรียกร้องให้มีการเรียกเก็บภาษีลาภลอยว่าควรจัดเก็บที่ระดับเท่าใด หรือควรจัดเก็บบริษัทพลังงานใดบ้าง
เมื่อวันอังคาร(31มี.ค.)นายแดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการยุโรปซึ่งรับผิดชอบด้านพลังงานและที่อยู่อาศัย กล่าวว่ากรรมาธิการฯกำลังพิจารณานำมาตรการรับมือวิกฤติพลังงานที่เคยใช้ในปี 2565 กลับมาใช้อีกครั้ง รวมถึงข้อเสนอจำกัดค่าธรรมเนียมเครือข่ายไฟฟ้าและเก็บภาษีจากไฟฟ้า
เมื่อปี 2565 สหภาพยุโรป(อียู)ประกาศใช้นโยบายฉุกเฉินเพื่อรับมือปัญหาด้านพลังงาน หลังจากรัสเซียระงับการส่งก๊าซ ครอบคลุมถึง กำหนดเพดานราคาก๊าซทั่วยุโรป เก็บภาษีกำไรลาภลอยจากบริษัทพลังงาน และกำหนดเป้าหมายเพื่อลดความต้องการใช้ก๊าซ
การที่ยุโรปพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าอย่างมาก ทำให้ภูมิภาคนี้ ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย ราคาก๊าซในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 70% ตั้งแต่สหรัฐกับอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน
นายยอร์เกนเซน กล่าวด้วยว่า อียูวิตกกังวลว่าในระยะสั้นทั่วยุโรปจะเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันที่ใช้กับเครื่องบินและน้ำมันดีเซล
ที่มา:Reuters





