วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'วิกฤติราคาพลังงาน' ฉุด 'GDP เวียดนาม' ร่วงในไตรมาสแรก

'วิกฤติราคาพลังงาน' ฉุด 'GDP เวียดนาม' ร่วงในไตรมาสแรก

วิกฤติราคาพลังงานฉุด GDP เวียดนาม ไตรมาสแรกลดลงเหลือ 7.83% คาดอาจสะเทือนเป้าหมายการเติบโต 'เลขสองหลัก' ที่เริ่มในปีนี้

"เวียดนาม" เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงแล้วในไตรมาสแรก หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติแถลงข้อมูลล่าสุดในวันนี้ (4 เม.ย.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP เวียดนาม) ไตรมาส 1 ปีนี้ ขยายตัวได้ 7.83% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งลดลงจาก 8.46% ในไตรมาส 4 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจีดีพีดังกล่าวยังคงสูงกว่าค่ากลางที่ 7.6% จากการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 7 รายโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก และตัวเลขดังกล่าวก็ยังนับว่าอยู่ในกลุ่ม "สูงที่สุด" ประเทศหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก

การชะลอตัวลงอย่างเป็นทางการนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นและทำให้เกิดวิกฤติราคาพลังงานไปทั่วโลก จนผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น รวมถึงรบกวนเส้นทางการค้าโลก ส่งผลให้ความพยายามของเลขาธิการพรรคคคอมมิวนิสต์เวียดนาม "โต เลิม" ในการผลักดันเป้าหมายการเติบโตด้วยเลข "สองหลัก" ที่ 10% เผชิญความซับซ้อนมากขึ้น

'วิกฤติราคาพลังงาน' ฉุด 'GDP เวียดนาม' ร่วงในไตรมาสแรก

“ภาวะเศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ยังคงซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยาก โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงทำให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน การหยุดชะงักของอุปทาน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น” สำนักงานสถิติระบุในแถลงการณ์

เวียดนามซึ่งยังคงตั้งเป้าการเติบโต 10% ในปีนี้ กำลังเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นและอุปทานที่ตึงตัวจากสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักโดยพฤตินัย รัฐบาลฮานอยได้ใช้ "กองทุนพลังงานฉุกเฉิน" เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และสายการบินเวียดนามได้ปรับลดเที่ยวบินลงจากปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงเครื่องบิน

เหวียน ถิ ใหม่ แฮงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลจีดีพีของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการเติบโตเชิงรุกของรัฐบาลในปี 2026 จะเป็นเรื่องท้าทาย

"โดยเศรษฐกิจจำเป็นต้องขยายตัวมากกว่า 10% ในแต่ละไตรมาสที่เหลือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้"

ขณะเดียวกัน "แรงกดดันเงินเฟ้อ" กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.65% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าเพดานเงินเฟ้อไว้ที่ 4.5% ในปีนี้

“หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโลกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นและยืนอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานในประเทศจะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระดับ 1-2 จุดเปอร์เซ็นต์” เหวียน ถู อวานห์ ผู้อำนวยการฝ่ายราคาของสำนักงานสถิติกล่าว “ดังนั้น เป้าหมายเงินเฟ้อ 4.5% ในปีนี้จะเผชิญความท้าทายมากขึ้น”

ข้อมูลของสำนักงานสถิติระบุว่า ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ได้รับผลกระทบเต็มของสงครามอิหร่าน ต้นทุนเชื้อเพลิง การขนส่ง และการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น 1.23% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ส่วนในด้านการค้านั้น เวียดนามรายงานการ "เกินดุลการค้ากับสหรัฐ" 3.39 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 24.2% จากปีก่อน 

เมื่อปีที่แล้วเวียดนามมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและเม็กซิโก ข้อมูลล่าสุดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานที่ย้ายออกจากจีน ทำให้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เวียดนาม "แซง" ทั้งสองประเทศขึ้นเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐรายเดือนสูงที่สุดไปแล้ว

การส่งออกเพิ่มขึ้นประมาณ 20.1% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ภาคการผลิตซึ่งเติบโต 9.73% ในไตรมาสแรก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 27.8% ในเดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ได้เตือนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และพลังงาน จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องต่อขีดความสามารถการผลิตและภาคธุรกิจ

เหวียน ถิ ห่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางเวียดนาม ระบุในเว็บไซต์ของธนาคารกลางเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เวียดนามจะไม่แลกการเติบโตระยะสั้นกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค

เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ เวียดนามได้ระงับการจัดเก็บภาษีบางส่วนสำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมัน และเชื้อเพลิงเครื่องบิน ไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. นอกจากนี้ ยังผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และเชื้อเพลิงชีวภาพให้เร็วขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

รัฐบาลยังคงพึ่งพาการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีโครงการหลายร้อยโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงสนามบินนานาชาติลองแถ่ง โดยนายกรัฐมนตรีได้ผลักดันโครงการสำคัญดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่นอกนครโฮจิมินห์ ให้เริ่มดำเนินการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้


ที่มา: Bloomberg