วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

รู้จัก "ด่านเก็บเงิน" ช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านเปิดเส้นทางใหม่ จ่ายเป็นเงินหยวนได้

รู้จัก "ด่านเก็บเงิน" ช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านเปิดเส้นทางใหม่ จ่ายเป็นเงินหยวนได้

ในขณะที่อิหร่านปิดกั้นการเดินเรือส่วนใหญ่ผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" หลังสงครามปะทุตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. แต่ในขณะเดียวกันเตหะรานกลับจัดตั้ง "เส้นทางเดินเรือลับๆ" พร้อม "ด่านเก็บค่าผ่านทาง" บริเวณทางตอนเหนือของ เกาะลารัก (Larak Island) อย่างเงียบๆ เพื่อสร้างรายได้จากการควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก

ข่าวชิ้นนี้มีขึ้นหลังจากที่สื่อท้องถิ่นในอิหร่านรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐสภาอิหร่านกำลังจัดทำร่างกฎหมายใหม่ เพื่อ "เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย" ซึ่งกฎหมายนี้จะทำให้ "การจัดเก็บค่าธรรมเนียมแบบฝ่ายเดียว" ของอิหร่านกลายเป็นเรื่องที่ "มีสถานะทางกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ" 

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 31 มี.ค. รัฐสภาอิหร่าน ได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว โดยกำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการขนส่งสินค้า พลังงาน และอาหารผ่านเส้นทางดังกล่าว แต่ซีเอ็นบีซี ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศอื่นๆ ที่มีชายฝั่งติดช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทว่ายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้

CNBC รายงานว่า เรือบางส่วนถูกกำหนดเส้นทางใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้แล่นผ่านน่านน้ำของอิหร่านใกล้เกาะลารัก ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองบันดาร์ อับบาส ซึ่งจะมีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และหน่วยงานท่าเรือเข้าตรวจสอบเรือแต่ละลำก่อนอนุญาตให้ผ่านทาง

“IRGC ของอิหร่านได้จัดตั้งระบบ ‘ด่านเก็บเงิน’ โดยพฤตินัยในช่องแคบฮอร์มุซ” บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ Lloyd’s List Intelligence ระบุ

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Windward ระบุว่า การเดินเรือเกือบทั้งหมดในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้อ้อมผ่านช่องแคบแคบทางเหนือของเกาะลารัก ใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในทางปฏิบัติจริงนั้นมีการทำ “เส้นทางที่ถูกควบคุมและต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยเปิดให้มีการแล่นผ่านอย่างจำกัด”

รู้จัก "ด่านเก็บเงิน" ช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านเปิดเส้นทางใหม่ จ่ายเป็นเงินหยวนได้

ตามข้อมูลของ Lloyd’s พบว่า เรือทั้ง 57 ลำที่มีการบันทึกว่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. ต่างใช้เส้นทางอ้อมเกาะลารัก และแทบไม่มีลำใดเลยที่ใช้เส้นทางปกติ ขณะที่ข้อมูลจาก Windward เสริมว่ามีเรือจำนวนหนึ่งกำลัง "จอดรอ" อยู่ทางตอนเหนือของเกาะลารัก เพื่อรอการอนุมัติด้วย 

มีรายงานระบุด้วยว่า เรืออย่างน้อย 2 ลำที่ผ่านช่องแคบ ได้ชำระค่าธรรมเนียมเป็น "เงินหยวน" ให้กับหน่วยงานของอิหร่าน และหนึ่งในเคสที่ผ่านช่องแคบออกไป มาจากการประสานงานของบริษัทให้บริการทางทะเลจาก "จีน" ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางและจัดการระบบชำระเงินให้กับอิหร่าน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดจำนวนเงินหรือวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน

"อิหร่านกำลังดำเนินมาตรการอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่า มีเพียงเรือบางลำเท่านั้นที่สามารถแล่นผ่านได้ โดยให้ความสำคัญกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรมากกว่า หรือเรือที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าของตนเอง" บริดเจ็ต เดียคุน นักวิเคราะห์อาวุโสด้านความเสี่ยงของ Lloyd's List Intelligence กล่าว

ทั้งนี้ "วอชิงตัน" และ "เตหะราน" ยังคงส่งสัญญาณที่ "ขัดแย้งกัน" เกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ในขณะที่ความขัดแย้งลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารคาดว่ากองกำลังสหรัฐจะถอนตัวจากอิหร่านภายใน “2-3 สัปดาห์” และแสดงท่าทีเหมือนประกาศชัยชนะ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุว่า มีการส่งข้อความถึงกันกับสหรัฐ แต่ยังไม่ใช่ “การเจรจา” แต่ล่าสุดในวันนี้ (2 เม.ย.) ทรัมป์ ได้กลับท่าทีอีกครั้งโดยระบุว่า สงครามจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ สหรัฐได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็ว และท่วมท้น และใกล้จะได้รับชัยชนะขั้นสุดท้ายแล้ว

+++ ระบบ ‘ค่าผ่านทาง’ ทำงานอย่างไร

บริษัทผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าจะต้องติดต่อ "บริษัทตัวกลาง" ที่เชื่อมโยงกับ IRGC และส่งข้อมูลรายละเอียด เช่น หมายเลข IMO (รหัสประจำตัวเรือ) รายชื่อลูกเรือ และปลายทาง จากนั้น IRGC จะตรวจสอบข้อมูล และหากอนุมัติก็จะออก “รหัสผ่านทาง” และกำหนดเส้นทางเดินเรือให้

เมื่อเรือเข้าสู่น่านน้ำอิหร่าน เจ้าหน้าที่ IRGC จะติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารเพื่อขอรหัสผ่านทาง หรือ clearance code และเมื่อได้รับการยืนยันแล้ว ก็จะมีเรือของอิหร่านนำทางไปผ่านบริเวณเกาะลารัก ส่วนเรือที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจะถูกปฏิเสธ

+++ ใครผ่านได้ และผ่านอย่างไร

"การระบุตัวตนเจ้าของเรือที่แท้จริง" จะมีความซับซ้อน เนื่องจากมีโครงสร้างการจดทะเบียนหลายชั้น แต่ข้อมูลบ่งชี้ว่าเรือส่วนใหญ่ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกไปเป็นของ "อิหร่าน กรีซ และจีน" รวมถึงบางส่วนจาก "อินเดียและปากีสถาน"

หลายประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน อิรัก มาเลเซีย และจีน ได้เจรจากับอิหร่านโดยตรงเพื่อประสานการเดินเรือผ่านระบบดังกล่าว

เรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ของบริษัท COSCO ซึ่งเป็นบริษัทชิปปิ้งรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน สามารถผ่านเส้นทางลารักได้สำเร็จในสัปดาห์นี้ หลังเคยถูกปฏิเสธในครั้งแรกจนมีรายงานข่าวว่าต้องหันหัวเรือกลับเมื่อวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นการผ่านช่องแคบของบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่จากจีนครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ยืนยันว่า เรือจีน 3 ลำสามารถผ่านช่องแคบได้ โดยเกิดจาก “การอำนวยความสะดวกและการประสานงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

ทางด้าน "อินเดีย" สามารถนำเรือผ่านช่องแคบได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือขออนุญาตล่วงหน้า โดยอาศัยการเจรจาตรงกับรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าเรือขนส่งก๊าซ LPG ของอินเดียชื่อ Pine Gas ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังช่องแคบลารัก และมีเรือรบอินเดียคุ้มกันระหว่างการเดินทาง โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 

ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น "มาเลเซีย" และ "ประเทศไทย" ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ได้รับการรับรองจากอิหร่านว่าการเดินเรือจะปลอดภัย หลังมีการเจรจาทางการทูตระหว่างกัน

+++ อิหร่านมีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่อิหร่านควบคุม "เส้นทางเดินเรือสากล" เช่นช่องแคบฮอร์มุซ "อาจขัดต่อกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ และไม่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้าน"

ชาห์ลา อาลี ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ อิหร่านไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแบบครอบคลุมจากเรือที่ผ่านช่องแคบ 

แม้รัฐจะสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบริการเฉพาะทาง เช่น การนำร่องหรือการจัดการมลพิษ แต่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับบริการนั้นๆ จริง และต้องไม่เลือกปฏิบัติ มาตรการของอิหร่านจึงมีแนวโน้มที่จะขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และอาจเผชิญแรงท้าทายทางการทูตและกฎหมายตามมา

ส่วนการจะเปรียบเทียบ "ช่องแคบฮอร์มุซ" กับ "คลองสุเอซหรือคลองปานามา" นั้นก็ไม่มีเหตุผลรองรับมากพอ เพราะคลองทั้งสองแห่งนั้นเป็นโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น แตกต่างจากช่องแคบทางธรรมชาติอย่างฮอร์มุซ จึงมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อครอบคลุมต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงาน โดยคลองปานามาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามขนาดและประเภทเรือ ซึ่งใช้อัตราที่เป็นมาตรฐานและไม่เลือกปฏิบัติ

 

ที่มา: CNBC