วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง หลังทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่านอย่างหนักหน่วง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง  หลังทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่านอย่างหนักหน่วง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง เบรนท์ทะยาน 5% หลังทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน “อย่างรุนแรงสุดขีด” ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวระหว่างการแถลงถึงความคืบหน้าของสงครามอิหร่าน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในการซื้อขายที่ผันผวนอย่างหนัก หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนถึงปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า ทำให้ความหวังต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในทันทีเริ่มเลือนราง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 4.1% มาอยู่ที่ 104.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 21:45 น. ตามเวลาแถบตะวันออกของสหรัฐ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ดีดตัวขึ้น 5% แตะ 106.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทรัมป์ ระบุในสุนทรพจน์ของเขาว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น มาจาก “ระบอบการปกครองในอิหร่านที่เปิดฉากโจมตีด้วยการก่อการร้ายอย่างบ้าคลั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้เลย”

เขากล่าวในแถลงการณ์ต่อชาวอเมริกันเมื่อวันพุธว่า สหรัฐจะ “โจมตี” อิหร่าน “อย่างรุนแรงสุดขีด” ในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า พร้อมระบุว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ และการเจรจากับเตหะรานยัง “ดำเนินอยู่” ซึ่งยังเปิดช่องให้มีทางออกทางการทูตได้

“เราจะทำภารกิจนี้ให้จบ และเราจะทำให้จบอย่างรวดเร็วมาก” เขากล่าว

จอร์จ เอฟสตาโทปูลอส ผู้จัดการกองทุนที่ Fidelity International ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Squawk Box Asia” ของซีเอ็นบีซี ว่า ตลาดเตรียมรับมือกับ “ผลลัพธ์แบบสุดโต่งสองทาง” คือ ประธานาธิบดีอาจส่งสัญญาณแผนถอนตัวออกจากสงคราม หรือเดินหน้าปูทางสู่ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อต่อไป  “ซึ่งชัดเจนว่า ตอนนี้เราดูเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางอันหลัง”

เอฟสตาโทปูลอส คาดว่า สุนทรพจน์ของทรัมป์จะยิ่งเติมเชื้อให้กับบรรยากาศ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” (risk-off) เนื่องจากนักลงทุนรอให้ความไม่แน่นอนคลี่คลายลง

การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก

การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน และก๊าซคิดเป็นหนึ่งในห้าของทั้งโลก แทบจะหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่สงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาพลังงานทะยานขึ้น สู่หนึ่งในวิกฤติราคาพลังงานที่เลวร้ายที่สุดของโลก

ไจล์ส อัลสตัน นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมืองจากบริษัทวิจัย Oxford Analytica ระบุว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะกลับมาดำเนินการได้ในเร็ววัน

“มันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจุดยืนของสหรัฐ เกี่ยวกับคำถามที่ว่าคุณจะนำน้ำมันของคุณออกจาก และผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างไร ตอนนี้วอชิงตันแทบจะสลัดความรับผิดชอบส่วนนี้ออกไปแล้ว นี่กลายเป็นเรื่องที่บรรดาประเทศ และบริษัทที่ขนน้ำมันผ่านช่องแคบจะต้องจัดการกันเอง” เขากล่าวในรายการของซีเอ็นบีซี ในวันพฤหัสบดี

 

ก่อนหน้านั้นในวันพุธ ทรัมป์ได้โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า อิหร่านได้ “ขอทำข้อตกลงหยุดยิง” ทำให้ความหวังเรื่องการกลับมาเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นชั่วคราว และกดให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง

 

ทรัมป์ กล่าวว่า “ประธานาธิบดีคนใหม่ของระบอบการปกครองอิหร่าน” ได้ขอให้สหรัฐ ทำข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะถูกพิจารณาก็ต่อเมื่อช่องแคบฮอร์มุซ “เปิด โล่ง และปลอดภัย” เท่านั้น “จนกว่าจะถึงตอนนั้น เราจะถล่มอิหร่านให้หายไปจากแผนที่ หรืออย่างที่เขาว่ากัน ย้อนกลับไปสู่ยุคหิน!!!” เขาเขียน

 

อย่างไรก็ดี สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่จาก “การแสดงออกที่ไร้สาระ” ของผู้นำสหรัฐ และยืนยันว่าเส้นทางขนส่งที่สำคัญแห่งนี้ยังคงอยู่ “ภายใต้การควบคุมอย่างเด็ดขาด และเบ็ดเสร็จของกองทัพเรือ IRGC”

 

ทั้งสองฝ่ายมักออกมาโต้แย้งข้อกล่าวอ้างของกัน และกันอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการมีอยู่ และสถานะของการเจรจาสันติภาพนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณที่สับสน โดยมีรายงานว่า เขาเคยกล่าวว่า การเจรจากำลังเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐก็เตรียมพร้อมจะยกระดับการสู้รบด้วยการส่งทหารนับพันนายเข้าสู่ภูมิภาค

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ หลังทรัมป์กล่าวเมื่อเย็นวันอังคารว่า เขาคาดว่ากองทัพสหรัฐ จะเริ่มยุติปฏิบัติการโจมตีอิหร่านใน “อีก 2-3 สัปดาห์” และดูเหมือนจะประกาศชัยชนะ โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน “เราจะถอนตัวออกมาในไม่ช้า” เขากล่าว

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์