เมื่อโลกกำลังแย่งชิงก๊าซ LNG ท่ามกลางวิกฤติสงครามอิหร่าน ‘จีน’ กลับพลิกเกมจากผู้ซื้อรายใหญ่ กลายเป็น ‘พ่อค้าคนกลาง’ ขายต่อฟันกำไร หลังอุปทานก๊าซในประเทศเริ่มเพียงพอ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บริษัทจีนกำลัง “ขายต่อก๊าซธรรมชาติเหลว” (LNG) มากเป็นประวัติการณ์ เพื่อทำกำไรจากราคาที่พุ่งขึ้น เพราะตอนนี้จีนมีก๊าซใช้เพียงพออยู่แล้ว ทั้งจากการผลิตในประเทศและท่อส่ง ขณะที่ความต้องการในประเทศก็ลดลง
ต่างจากประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่กำลังเร่งหาซื้อก๊าซอย่างหนัก เพื่อชดเชยอุปทานที่หายไปจากสงครามอิหร่าน
ในขณะนี้ จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้า LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ทำการ “รีโหลด” (นำก๊าซลงเรือใหม่เพื่อส่งออกต่อ) จำนวน 8–10 เที่ยวเรือในเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดรายเดือนเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลจาก ICIS, Kpler และ Vortexa
ตั้งแต่ต้นปีนี้ จีนรีโหลด LNG ไปแล้วรวม 1.31 ล้านตัน หรือ 19 เที่ยวเรือ โดยส่งไปเกาหลีใต้ 10 เที่ยว ไทย 5 เที่ยว และที่เหลือไปญี่ปุ่น อินเดีย และฟิลิปปินส์ ตามข้อมูลของ Kpler
เหตุผลที่จีนสามารถนำ LNG มาขายต่อได้ในปริมาณมากขึ้น เนื่องจากความต้องการ LNG ภายในประเทศเริ่มทรงตัว ขณะเดียวกัน การผลิตก๊าซในประเทศและก๊าซจากท่อส่งของรัสเซียกลับเพิ่มขึ้น
การรีโหลด LNG ครั้งนี้ “สวนทาง” กับนโยบายของจีนเมื่อเดือนที่แล้วที่สั่งห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อเก็บอุปทานไว้ใช้ในประเทศ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านน้ำมันดิบจากสงคราม
หวัง หยวนต้า นักวิเคราะห์จาก ICIS กล่าวว่า “ภายใต้ภาวะความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ การขายต่อ LNG ไปต่างประเทศจึงคุ้มค่ากว่า” พร้อมเสริมว่า วิกฤติอิหร่านยังดันราคาสปอต LNG ให้สูงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ราคาก๊าซ LNG ในเอเชียพุ่งขึ้นถึง 85% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งรบกวนการขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่เป็นเส้นทางลำเลียง LNG ราว 1 ใน 5 ของโลก
ก่อนหน้านั้น จีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของก๊าซ LNG จากกาตาร์ เคยนำเข้าก๊าซจากตะวันออกกลางจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว แต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณนำเข้าลดลงอย่างมาก หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างผลิตก๊าซของกาตาร์ และทำให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบใช้งานไม่ได้
อ้างอิง: reuters





