วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

สงครามฉุดการผลิต ‘เอเชีย’ ชะลอ ดันต้นทุนพุ่ง ธุรกิจเริ่มชะงัก

สงครามฉุดการผลิต ‘เอเชีย’ ชะลอ ดันต้นทุนพุ่ง ธุรกิจเริ่มชะงัก

พิษสงคราม กระทบภาคผลิต ‘เอเชีย’ ดัชนี PMI ชะลอตัวถ้วนหน้า เหตุต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ฮอร์มุซถูกปิด มีเพียง 'เกาหลีใต้' ที่รอดด้วยพลังชิป

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานผลสำรวจทางธุรกิจสะท้อนว่า เศรษฐกิจในหลายประเทศใน “เอเชีย” มีกิจกรรมในโรงงานชะลอตัวลงในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านกำลังส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงโจทย์ใหญ่ของเอเชีย เนื่องจากเปราะบางต่อวิกฤติพลังงาน โดยเฉพาะการพึ่งพาน้ำมันที่ต้องขนส่งผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถึง 80%  

ผลสำรวจล่าสุดจากภาคเอกชนระบุว่า ภาคการผลิตของประเทศจีนยังคงรักษาระดับการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่สี่ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม แม้จะยังมีการเติบโตแต่ผู้ประกอบการเริ่มเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ  ราคาสินค้าแพงขึ้น  และปัญหาความตึงเครียดในระบบขนส่งและห่วงโซ่อุปทานที่เริ่มติดขัดมากขึ้น

ส่อง  PMI รายประเทศ

  • จีน 

ภาคการผลิตจีนยังขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 แต่เริ่มแผ่วกำลังลง โดยดัชนี PMI ลดลงมาอยู่ที่ 50.8  จากเดิม 52.1  อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเริ่มกังวลกับต้นทุนที่แพงขึ้นและระบบขนส่งที่ติดขัด

  • ญี่ปุ่น

ภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นแบกรับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น สูงสุดในรอบ 19 เดือน ดัชนี PMI ลดลงเหลือ 51.6  จากเดิม 53.0   เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าและการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง

ด้าน กลุ่มอาเซียนและไต้หวัน  กิจกรรมโรงงานชะลอตัวถ้วนหน้า

  • อินโดนีเซีย ดัชนี PMI ร่วงหนักเหลือ 50.1 จากเดิม 53.8 เกือบเข้าสู่ภาวะหดตัว
  • เวียดนาม ดัชนี IPM ชะลอตัวเหลือ 51.2 จากเดิม 54.3
  • ฟิลิปปินส์และไต้หวัน ได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่ประเทศอื่นซบเซา "เกาหลีใต้" กลับทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยกิจกรรมภาคโรงงานขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจากการส่งออก "เซมิคอนดักเตอร์" หรือ ชิป และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ๆ  ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจโสมขาวให้รอดพ้นจากวิกฤตพลังงานได้ในขณะนี้

แอนนาเบล ฟิดเดส จาก S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า "สงครามยังก่อให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก บั่นทอนความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และส่งผลให้การจ้างงานและการซื้อสินค้ามีความระมัดระวังมากขึ้น" 

 

อ้างอิง Reuters