วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

ทรัมป์เจอ ‘ภาษีย้อนศร’ ศาลสั่งคืน ‘5 ล้านล้านบาท’

ทรัมป์เจอ ‘ภาษีย้อนศร’ ศาลสั่งคืน ‘5 ล้านล้านบาท’

มาตรการภาษีที่เคยถูกเป็นอาวุธ กลับกลายเป็น ‘ภาระย้อนศร’ ครั้งใหญ่ของสหรัฐ เมื่อศาลตัดสินว่า ‘ผิดรัฐธรรมนูญ’ สั่งให้คืนเงินมหาศาลกว่า 5.4 ล้านล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยเพิ่มวันละ 750 ล้านบาท หากเลื่อนคืนเงิน

เกือบหนึ่งปีแล้วหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการ “ภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม” กับหลายประเทศทั่วโลก ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งจัดทำระบบเพื่อ “คืนเงินภาษี” มูลค่าสูงถึง 166,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.4 ล้านล้านบาท หลังศาลตัดสินว่า การเก็บภาษีดังกล่าว “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” 

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ในณะนี้ รัฐบาลกำลังพัฒนาระบบใหม่ภายใต้ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ สามารถดำเนินการขอคืนเงินได้ครบวงจร ตั้งแต่ยื่นคำขอจนถึงรับเงิน โดยตั้งเป้าให้ระบบเริ่มใช้งานได้ภายใน “ปลายเดือนเมษายน” 

บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเปิดบัญชีเฉพาะสำหรับรับ เงินคืน รวมถึงบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันจากบริษัทที่มีสิทธิ 330,000 ราย มีเพียง 26,000 รายเท่านั้นที่เตรียมตัวพร้อม ซึ่งหากไม่ดำเนินการ จะไม่สามารถรับเงินคืนได้ 

แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่บริษัท 26,000 รายนี้คิดเป็นเกือบ 80% ของมูลค่าสินค้านำเข้าที่มีสิทธิขอคืนภาษี 

สำหรับกระบวนการคืนเงิน ต้องประมวลผลข้อมูลเอกสารศุลกากรกว่า 1.6 พันล้านรายการ เทียบเท่างานแรงงานกว่า 4.43 ล้านชั่วโมง 

ในอดีต แม้เป็นกรณีคืนภาษีที่มีมูลค่าน้อยกว่า ก็ยังใช้เวลา “นานถึง 7 ปี” กว่าจะดำเนินการเสร็จทั้งหมด ทำให้กรณีนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีระบบเฉพาะรองรับ 

ในระหว่างนี้ บริษัทต้องกลับไปตรวจสอบธุรกรรมที่เคยจ่ายภาษี เมื่อระบบเสร็จแล้ว เพียงอัปโหลดรายการสินค้า ระบบจะคำนวณเงินคืนให้โดยอัตโนมัติ 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่า อาจเลื่อนการคืนเงิน แต่สถาบัน Cato Institute ประเมินว่า รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ย “เพิ่มวันละ 23 ล้านดอลลาร์” (ราววันละ 750 ล้านบาท) หากยังไม่คืนเงิน 

ดอกเบี้ยดังกล่าวคิดในอัตรา 4.5%–6% ต่อปี และหากเลื่อนออกไปจนจบวาระ 4 ปี ดอกเบี้ยรวมอาจพุ่งถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่างบประมาณทั้งปีของ NASA 

ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐสาขา New York ชี้ว่า ภาระภาษีทรัมป์ถึง 90% ถูกผลักไปยังผู้บริโภคและบริษัท 

“นี่คือสถานการณ์ที่แย่ทั้งสองด้านจริงๆ” สแตน วอยเกอร์ นักวิจัยอาวุโสจาก American Enterprise Institute กล่าว “คุณต้องเผชิญผลกระทบเชิงบิดเบือนทั้งหมดจากการตั้งภาษีใหม่ผ่านมาตรการฉุกเฉิน แต่กลับ ‘ไม่ได้รายได้จากภาษีนั้น’ เลย”

 

อ้างอิง: Nikkei