วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2569

Login
Login

'ยูนิลีเวอร์' ระงับการจ้างงานใหม่ 3 เดือน รับมือต้นทุนขนส่งพุ่งสูง

'ยูนิลีเวอร์' ระงับการจ้างงานใหม่ 3 เดือน รับมือต้นทุนขนส่งพุ่งสูง

บิ๊กคอร์ประดับโลก 'ยูนิลีเวอร์' ประกาศระงับการจ้างงานใหม่ทั่วโลก 3 เดือน รับมือกับต้นทุนที่พุ่งขึ้นจากผลกระทบสงครามอิหร่าน

บริษัท "ยูนิลีเวอร์" (Unilever Plc) ประกาศ "เตรียมระงับการจ้างงานใหม่ทั่วโลก" เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ "แผนลดต้นทุน" ในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการ "ลดจำนวนพนักงาน" และการ "ปรับโครงสร้างโบนัส" โดยเกิดขึ้นในช่วงที่ Unilever กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาในขั้นท้ายเพื่อขายธุรกิจอาหารส่วนใหญ่ให้กับ McCormick & Co. บริษัทเครื่องเทศจากสหรัฐ

“จากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ไม่แน่นอน เราได้ตัดสินใจใช้มาตรการหยุดรับสมัครงานใหม่ชั่วคราว” โฆษกของบริษัทระบุในแถลงการณ์ “เรายังคงเป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่น และจะปรับแผนตามความจำเป็น”

บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกรายนี้ กำลังเผชิญต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยบริษัทขนส่งสินค้าและเรือเดินสมุทรได้เพิ่มค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับการขนส่งสินค้าจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์พลาสติกและวัตถุดิบสำหรับผลิตสินค้า เช่น ผงซักฟอกและแชมพู ก็มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ซาราห์ ไซมอน นักวิเคราะห์จากธนาคาร Morgan Stanley ระบุในรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Unilever อาจได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในด้านปริมาณสินค้า ต้องพึ่งพาประเทศอย่าง "อินเดีย" ซึ่งมีความเปราะบางต่อราคาที่เพิ่มขึ้นและอุปทานก๊าซแอลเอ็นจีที่ตึงตัว

นอกจากมาตรการนี้จะเป็นเพราะผลกระทบจากสงครามอิหร่านแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง ยูนิลิเวอร์ก็ยังอยู่ระหว่างการลดต้นทุนในองค์กรอยู่ก่อนแล้ว 

นอกจากผลกระทบจากสงครามอิหร่านแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง ยูนิลิเวอร์ก็ยังอยู่ระหว่างการลดต้นทุนในองค์กรอยู่ก่อนแล้ว 

เฟอร์นันโด เฟอร์นันเดซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) รับช่วงแผนการลดต้นทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยผู้บริหารคนก่อนหน้าวางแผนลดค่าใช้จ่าย 800 ล้านยูโร (ราว 3 หมื่นล้านบาท) ภายใน 3 ปี ผ่านการลดพนักงาน 7,500 ตำแหน่ง และเฟอร์นันเดซยังระบุว่า ต้องการลดผู้จัดการราว 200 คน เพื่อจัดการกับ “ความไร้ประสิทธิภาพ” ภายในองค์กร

Unilever อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างเพื่อมุ่งเน้นธุรกิจที่มีการเติบโต เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลส่วนบุคคล โดยคาดว่าอาจประกาศดีลขายธุรกิจอาหารให้กับบริษัท McCormick ได้อย่างเร็วที่สุดในวันอังคารนี้ ขณะที่บริษัทได้แยกธุรกิจไอศกรีมออกเป็นบริษัทอิสระภายใต้ชื่อ Magnum Ice Cream Co. ไปแล้วก่อนหน้านี้


ที่มา: Bloomberg