โกลด์แมน แซคส์คงเป้าราคาทองคำสิ้นปีนี้ที่ 5,400 ดอลลาร์ แม้ราคาทองจ่อปิดสิ้นเดือนมีนาคมทำผลงานแย่สุดรอบ 17 ปี เชื่อยังมีแรงซื้อจากธนาคารกลางต่อเนื่อง มองปัจจัยเศรษฐกิจขาลงจะมีน้ำหนักกว่าเงินเฟ้อ
แม้ราคาทองคำมีแนวโน้มปิดสิ้นเดือนมี.ค. ทำผลงานแย่ที่สุดในรอบ 17 ปี ซึ่งต้องจับตารอราคาปิดสุดท้ายของเดือนในคืนนี้ แต่ในระยะกลางถึงสิ้นปี 2026 ธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่งยังคง "ไม่เปลี่ยนแปลง" คาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปี โดยเชื่อว่าราคาทองยังมีปัจจัยให้ปรับขึ้นอยู่
ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คงคาดการณ์ราคาทอง ณ สิ้นปีนี้ เอาไว้ที่ระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยให้เหตุผลว่าบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อทองคำสำรอง และยังคงคาดการณ์เดิมด้วยว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
ลีนา โธมัส และดาน สไตรเวน นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ มองว่า ทองคำยังคงเผชิญ “ความเสี่ยงขาลงเชิงยุทธวิธี” ในระยะสั้น และอาจร่วงลงต่ำถึง 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากแรงกระแทกด้านอุปทานพลังงานรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี โอกาสด้านขาขึ้นยังคงมีนัยสำคัญ หากสงครามอิหร่านเร่งให้เกิดการกระจายการลงทุนออกจาก “สินทรัพย์ตะวันตกแบบดั้งเดิม”
ทั้งนี้ ราคาทองคำร่วงลง 13% นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน หลังการปรับตัวลงของ "ตลาดหุ้น" บีบให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์เพื่อถือเงินสด และตลาดเริ่มสะท้อนแนวโน้มนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังปรับราคา “มากเกินไป” โดยสะท้อนการให้น้ำหนักต่อเงินเฟ้อมากกว่าผลกระทบด้านการเติบโต แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า "ในอดีตความกังวลด้านการเติบโต มักกลายเป็นปัจจัยหลักในท้ายที่สุด"
ความกังวลว่าธนาคารกลางบางแห่งอาจขายทองคำเพื่อพยุงค่าเงินนั้น มีแนวโน้มว่าจะไม่เกิดขึ้น โดยประเทศในภูมิภาคอ่าวมีแนวโน้มจะแทรกแซงผ่านการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมากกว่า เนื่องจาก “โดยทั่วไปใช้ระบบผูกค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ”
ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีเงินลงทุนเพิ่มเติมจากภาคเอกชน นักวิเคราะห์คาดว่าความผันผวนของราคาทองจะลดลงในระยะกลาง เปิดทางให้การเข้าซื้อของธนาคารกลางเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง และเฉลี่ยอยู่ที่ราว 60 ตันต่อเดือน
ที่มา: Bloomberg





