อิหร่านส่งโดรนถล่ม 'เรือคูเวต' บรรทุกน้ำมันเต็มลำขณะจอดในท่าเรือดูไบ ยกระดับการโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย ดันน้ำมันโลกพุ่งแรงอีกรอบ
อิหร่านยกระดับโจมตีการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย วานนี้ โดยส่งโดรนเข้าโจมตี "เรือบรรทุกน้ำมันคูเวตที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำ" ในพื้นที่จอดทอดสมอของท่าเรือดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) ส่งผลให้ตัวเรือได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้บนเรือ
การโจมตีเรือ Al-Salmi ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ที่จดทะเบียนภายใต้ธงคูเวต ถือเป็นหนึ่งในเหตุโจมตีเรือที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เกิดขึ้น โดยพุ่งเป้าไปยังเรือที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำในระยะเพียง 31 ไมล์ทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของดูไบ ซึ่งเป็นพื้นที่คับคั่งที่เรือสินค้าต่างๆ รอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทางด้านบริษัทคูเวต ปิโตรเลียม คอร์ป ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจพลังงานของคูเวต ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้ระดมกำลังทีมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและทีมดับเพลิงทันที และกำลังควบคุมและจำกัดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมว่าการโจมตีดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น อาจส่งผลให้เกิด “น้ำมันรั่วไหลในน่านน้ำโดยรอบ”
อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นมรดูไบระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ลูกเรือทั้ง 24 คนปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการ "ยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง" ที่ยืดเยื้อมานานถึงหนึ่งเดือนและเข้าสู่สัปดาห์ที่ห้า ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก สร้างความกังวลที่พุ่งขึ้นพร้อมกันของเงินเฟ้อและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน รวมถึงโรงไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมัน และได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค
ด้านราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นทันทีหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส สหรัฐ (WTI) พุ่งขึ้นเกือบ 4% เข้าใกล้ระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี ในการซื้อขายล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 07.02 น. ราคาน้ำมัน WTI งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ย่อตัวลงมาอยู่ที่ 105.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) บวก 2% อยู่ที่ 115.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากการซื้อขายก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.
ทั้งนี้ อิหร่านมีอำนาจควบคุมเกือบทั้งหมดเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เป็นประตูสู่อ่าวเปอร์เซีย และได้ปิดเส้นทางดังกล่าวแทบทั้งหมด เหลือเพียงเรือที่ผ่านได้เพียงเล็กน้อย ส่งผลให้การขนส่งพลังงานและสินค้าอื่นๆ เป็นอัมพาต โดยที่ผ่านมาเตหะรานได้โจมตีเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายครั้ง แต่การโจมตีครั้งล่าสุดถือว่าเกิดขึ้น"ใกล้ท่าเรือหลักของดูไบ" มากที่สุด
ข้อมูลการติดตามเรือระบุว่า เรือ Al-Salmi แล่นผ่านช่องแคบเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียในช่วงปลายเดือนก.พ. ก่อนถึงท่าเรือคัฟจีของซาอุดีอาระเบียเพื่อรับน้ำมันบางส่วน จากนั้นแล่นต่อไปยังท่าเรือ Mina Al Ahmadi ของคูเวตเพื่อรับน้ำมันเพิ่ม ก่อนจะแล่นออกไปทางตะวันออกสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยบรรทุกน้ำมันเต็มลำ และจอดอยู่ที่ดูไบตั้งแต่นั้น โดยเรือลำนี้มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ "เมืองชิงเต่า ประเทศจีน" และในบางช่วงของการเดินเรือก่อนหน้านี้มีการให้ข้อมูลว่าเป็นเรือบรรทุกสินค้าของจีน
ที่มา: Bloomberg





