รู้จัก 'Figure 3' หุ่นยนต์จากสตาร์ตอัปสหรัฐ ก้าวขึ้นเวทีทำเนียบขาวในฐานะสัญลักษณ์ของยุค AI พร้อมถูกผลักดันสู่บทบาท “ครูหุ่นยนต์” ในอนาคต ขณะที่เบื้องหลังยังเผชิญคดี และข้อกังขาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำเนียบขาวได้จัดการประชุมด้านเทคโนโลยี และการศึกษาเด็ก Fostering the Future Together Global Coalition Summit ที่มีสตรีหมายเลขหนึ่งจากหลายประเทศเข้าร่วม โดยมี "เมลาเนีย ทรัมป์" สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ เป็นแม่งานหลัก
แต่ไฮไลต์สำคัญที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกอยู่ที่ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ที่ปรากฏตัวยืนบนพรมแดงเคียงข้างเมลาเนีย ทรัมป์
หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า "ฟิกเกอร์ 3" (Figure 3) จากบริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ Figure AI ซึ่งนับเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวแรกที่เป็นแขกรับเชิญในงานอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว เจ้า Figure 3 ทักทายผู้เข้าร่วมงานได้หลายภาษา และแนะนำตัวเองว่าเป็น “หุ่นยนต์มนุษย์ที่สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา”
การปรากฏตัวครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในการโชว์ศักยภาพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดในสหรัฐ และสะท้อนว่าหุ่นยนต์กลายเป็นวาระแห่งชาติ ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก โดยที่ "จีน" ก็ผลักดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเวทีสำคัญๆ เช่นกัน
เมลาเนีย ทรัมป์ ใช้หุ่นยนต์นี้มาสนับสนุนแคมเปญของเธอในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ใน "ระบบการศึกษาของเด็ก" โดยชี้ว่าหุ่นยนต์เหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็น "ครูที่บ้าน" ที่สามารถสื่อสารตอบโต้กันได้ในอนาคต
ส่วนบริษัท Figure AI ระบุว่าหุ่นยนต์ของบริษัทรุ่นที่สามนี้ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงงานเชิงพาณิชย์ และงานในครัวเรือน ซึ่งหากติดตามในเว็บไซต์ของบริษัทจะเห็นภาพ และวิดีโอที่พยายามโปรโมตเจ้าหุ่น Figure 3 ให้ทำ "งานบ้าน" หลายๆ อย่าง ตั้งแต่ พับผ้า รดน้ำต้นไม้ ไปจนถึงล้างจาน (ใช้เครื่องล้างจาน)
'คุณครูหุ่นยนต์' อาจยังไกล เมื่อคดียังไม่จบ
อย่างไรก็ดี การที่เมลาเนีย ทรัมป์ สนับสนุนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวนี้ในฐานะเครื่องมือการศึกษา โดยเฉพาะบทบาทในอนาคตของการเป็น "หุ่นยนต์ครูในบ้าน" ก็อาจทำให้ "คดีความ" ที่บริษัทเผชิญอยู่ถูกจับตามองขึ้นมาอีกครั้ง
ในเดือนพ.ย.2025 บริษัทถูกโรเบิร์ต กรูเอนเดล อดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หลังแจ้งข้อกังวลดังกล่าวต่อไปยังซีอีโอบริษัท เบรตต์ แอดค็อก และหัวหน้าวิศวกร ไคล์ เอเดลเบิร์กว่า "หุ่นยนต์ของบริษัทมีพลังมากพอที่จะทำให้กะโหลกศีรษะมนุษย์แตกได้"
ในเอกสารระบุว่า "หุ่นยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ และสามารถสร้างแรงได้ประมาณสองเท่าของแรงที่จำเป็นในการทำให้กะโหลกศีรษะของผู้ใหญ่แตกได้"
นอกจากนี้ อดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ยังเปิดเผยด้วยว่า หุ่นยนต์ตัวหนึ่งได้ขูด "ประตูตู้เย็นเหล็ก" จนเป็นรอยบากลึกระหว่างที่เกิดการทำงานผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท Figure AI ได้ปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ว่าเป็นเพียงแค่ข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ และได้ยื่นฟ้องกลับในเดือนม.ค. ปีนี้ พร้อมยืนยันว่ากรูเอนเดลถูกไล่ออกเนื่องจากผลการปฏิบัติงานที่ย่ำแย่
ไม่ว่าคดีจะจบลงอย่างไร แต่คดีดังกล่าวก็ทำให้เกิดคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับ "มาตรฐานความปลอดภัย" ของการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเฉพาะการนำมาใช้ในบ้าน
จากข้อมูลของเว็บไซต์บริษัทระบุว่า Figure 3 มีขนาดเทียบเท่ามนุษย์ไซซ์ผู้ชายคนหนึ่งหรือผู้หญิงที่สูง โดยมีความสูงประมาณ 173 เซนติเมตร น้ำหนัก 61 กิโลกรัม มีความเร็ว 1.2 เมตรต่อวินาที (speed 1.2M/S) ซึ่งเป็นการวัดในเชิงวิศวกรรมถึงความเร็วในการเดิน ซึ่งได้ผลออกมาใกล้เคียงของมนุษย์
รู้จัก Figure AI สตาร์ตอัปมูลค่า 1 ล้านล้าน
ยิ่งได้รับความสนใจจากทำเนียบขาว ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะช่วยยกระดับแบรนด์ของ Figure AI ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia แม้จะยังเป็นบริษัทซึ่งไม่เป็นที่รู้จักเท่าผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายใหญ่อื่นๆ เช่น Tesla ซึ่งพัฒนาหุ่น Optimus และบริษัท Boston Dynamics แต่ทีมงานบางส่วนของฟิกเกอร์เอไอก็ประสบการณ์มาจากบริษัทใหญ่ๆ เหล่านั้น รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Apple อีกด้วย
Figure AI ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2022 หรือประมาณแค่ 4 ปีที่แล้ว โดยเบรตต์ แอดค็อก ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี และยังเป็นมหาเศรษฐีอยู่ก่อนแล้ว เขาเคยร่วมก่อตั้งบริษัทอากาศยาน Archer Aviation และแพลตฟอร์มจัดหางาน Vettery
สำหรับบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ล่าสุดนี้ ขับเคลื่อนด้วยระบบ "Helix AI" ซึ่งเป็นโมเดลที่ผสานการมองเห็น ภาษา และการกระทำ ทำให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้ผ่านการสังเกต และคำสั่งเสียง
ท่ามกลางกระแสความสนใจใน physical AI ที่จับต้องได้ และนำมาใช้งานจริงได้มากขึ้น ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในรอบ Series C เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา โดยมี Parkway Venture Capital เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วยนักลงทุนรายสำคัญ เช่น Nvidia, Intel Capital, Qualcomm Ventures และ Salesforce ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนถึง 39,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.28 ล้านล้านบาท)
เงินทุนดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อผลักดันเป้าหมายการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในบ้าน และภาคโลจิสติกส์จำนวนหลายพันตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งอาจดำเนินได้ง่ายขึ้นหลังได้รับการสนับสนุนจาก "ทำเนียบขาว"
ปัจจุบัน Figure AI เริ่มร่วมงานกับลูกค้าเชิงพาณิชย์รายแรกคือ BMW โดยนำหุ่นยนต์ไปใช้ในโรงงานผลิต เช่น การจัดการชิ้นส่วนโลหะแผ่น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





