วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 23-27 มีนาคม 2569

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 23-27 มีนาคม 2569

เงินบาทยังอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ฯ แต่ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 2

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม

เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงต่อมาตามแรงซื้อคืนสกุลเงินและสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียรับความหวังว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปก่อน

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 23-27 มีนาคม 2569

เงินบาทกลับไปเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวอยู่ในกรอบสูงรับสัญญาณที่สะท้อนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจไม่สามารถยุติได้เร็ว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างเสนอเงื่อนไขหลายข้อที่จะต้องพิจารณาก่อนนำไปสู่การเริ่มเจรจา นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะส่งผลทำให้เฟดอาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้

• ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 ในระหว่างสัปดาห์) เทียบกับระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 มี.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,011 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 13,265 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 13,275 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 10 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. - 3 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

 

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

•  ดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนตามประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

SET Index ปรับตัวลงจนหลุดแนว 1,400 จุดในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีดังกล่าวออกไป 5 วันและส่งสัญญาณว่ามีการเจรจากับอิหร่าน ประกอบกับมีรายงานข่าวว่าอิหร่านปล่อยให้เรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงานและแบงก์

ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากมีกระแสข่าวที่สร้างความสับสนให้กับตลาด ไม่ว่าจะเป็นข่าวอิหร่านออกมาปฏิเสธถึงการเจรจากับสหรัฐฯ หรือข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน เนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิในช่วงปลายสัปดาห์ก็ตาม

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 23-27 มีนาคม 2569

• ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 0.98% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,096.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.73% มาปิดที่ระดับ 217.47 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (30 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,465 และ 1,490 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI เดือนมี.ค. ของหลายประเทศ