เมื่อสงครามอิหร่านเขย่าเสถียรภาพพลังงานโลก เกาหลีใต้จึงเร่งยกระดับรับมือวิกฤติด้วย งบฉุกเฉินระดับ ‘ภาวะสงคราม’ ด้วยเงินอัดฉีดสูงแตะ ‘5.4 แสนล้านบาท’ พร้อมลดภาษีน้ำมัน และไล่ล่าซัพพลายพลังงานจากทั่วโลก
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า “เกาหลีใต้” เตรียมออกงบประมาณฉุกเฉินแบบ “ภาวะสงคราม” มูลค่า 25 ล้านล้านวอน (ราว 5.4 แสนล้านบาท) พร้อมขยายมาตรการลดภาษีน้ำมัน และเร่งจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
คู ยุนชอล รัฐมนตรีคลังของเกาหลีใต้ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลจะเริ่มใช้งบประมาณเสริมดังกล่าว “ในเดือนหน้า” โดยเน้นการอัดฉีดเม็ดเงินอย่างรวดเร็ว
กระทรวงการคลัง ระบุว่า งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ค่าพลังงานสูง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และประชาชนในพื้นที่ชนบท รวมถึงใช้รักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทาน และช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กที่เผชิญต้นทุนพลังงานสูง
“ภายใต้สถานการณ์ที่เปรียบเสมือน ‘เศรษฐกิจในภาวะสงคราม’ เราจำเป็นต้องระดมเครื่องมือนโยบายทั้งหมดที่มีอยู่ และใช้ชุดนโยบายที่เหมาะสมที่สุด เพื่อรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ให้สะดุด” คู ยุนชอล รัฐมนตรีคลังของเกาหลีใต้แถลง
คู กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้งบจาก “รายได้ภาษีส่วนเกิน” โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มจากภาษีนิติบุคคลของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่กำลังมีกำไรเพิ่มขึ้นจากกระแสปัญญาประดิษฐ์
เพื่อบรรเทาภาระเร่งด่วนของครัวเรือน และภาคธุรกิจ รัฐบาลจะขยายมาตรการลดภาษีน้ำมันออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง อัตราการลดภาษีน้ำมันเบนซินจะเพิ่มเป็น 15% จากเดิม 7% ขณะที่น้ำมันดีเซลจะลดภาษีเพิ่มเป็น 25%
นอกจากการลดราคา รัฐบาลยังเร่งเดินหน้าจัดหาพลังงาน โดยมีแผนกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ และพยายามจัดหาน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้ได้สูงสุดถึง 24 ล้านบาร์เรล
ในส่วนของ LNG เกาหลีใต้กำลังจัดการแลกเปลี่ยน และซื้อในตลาดสปอต เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของก๊าซจากกาตาร์ รวมถึงร่วมมือกับญี่ปุ่น และมองหาแหล่งทางเลือกอื่น โดยรัสเซียอาจเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้จัดหา
คิม ยงจิน ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยซอกังในกรุงโซล กล่าวว่า “รัสเซียเป็นแหล่ง LNG ทางเลือกที่พร้อมใช้งาน และถือเป็นตัวเลือกสำคัญที่สุดที่รัฐบาลเกาหลีควรพิจารณา อีกทั้งก๊าซธรรมชาติ และก๊าซเชลจากสหรัฐ ก็อาจช่วยคลี่คลายปัญหาคอขวดได้บางส่วน”
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





