รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (27 มี.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเปิดปฎิบัติการภาคพื้นดินต่ออิหร่าน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสำนักข่าว Axios เผยว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กำลังวางแผนการยกระดับการโจมตีครั้งสุดท้ายต่ออิหร่าน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังภาคพื้นดินและการทิ้งระเบิดคครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน โดยสำนักข่าวระบุถึง 4 ทางเลือกที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเลือกใช้ ได้แก่
1) การบุกหรือปิดล้อมเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน 2) การบุกเกาะลารัก (Larak) ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ซึ่งช่วยให้อิหร่านเสริมความมั่นคงในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
3) การยึดเกาะอาบูมูซา (Abu Musa) และเกาะขนาดเล็กอีกสองเกาะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ และ 4) การสกัดกั้นหรือยึดเรือ ซึ่งกำลังส่งออกน้ำมันของอิหร่านบริเวณด้านตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี หลังตลาดปิด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 10 วัน ตามคำร้องขอของรัฐบาลอิหร่าน โดยกำหนดเส้นตายใหม่ครั้งใหม่ในวันที่ 6 เม.ย. 69 พร้อมส่งสัญญาณว่าการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี
(+) ขณะที่ล่าสุด สหรัฐฯ ได้เตือนว่ากลุ่มฮูตีในเยเมน อาจเริ่มเปิดฉากโจมตีเรือในช่องแคบ บับเอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลแดง หลังอิหร่านส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการขยายมาตรการขัดขวางการเดินเรือทั่วทั้งภูมิภาค
โดยคาดหากอิหร่านและกลุ่มฮูตีเปิดฉากแนวรบใหม่ในบริเวณดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันดิบมายังท่าเรือยันบู (Yanbu) บริเวณทะเลแดง
(+) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียในทะเลบอลติกของยูเครน บริเวณเมืองพรีมอร์สก (Primorsk) และ อุสต์-ลูกา (Ust-Luga) ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลของรัสเซียราว 45% หรือ 1.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่ล่าสุดนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย เผยว่า รัสเซียกำลังพิจารณาดำเนินการปรับเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันจากบริเวณทะเลบอลติก





