วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม 2569

Login
Login

Netflix 'ขึ้นราคา' ในสหรัฐ สตรีมมิงทุกแพ็กเก็จ แพงขึ้น 1-2 ดอลลาร์ เริ่มแล้วทันที

Netflix 'ขึ้นราคา' ในสหรัฐ สตรีมมิงทุกแพ็กเก็จ แพงขึ้น 1-2 ดอลลาร์ เริ่มแล้วทันที

ยักษ์สตรีมมิง 'เน็ตฟลิกซ์' ประกาศขึ้นราคาทุกแพ็คเกจวันนี้ สมาชิกทุกระดับปรับขึ้นอย่างน้อย 1 ดอลลาร์ หลังจากเพิ่งขึ้นราคาล่าสุดไปเมื่อเดือนมกราคม

"เน็ตฟลิกซ์" (Netflix) ประกาศ ปรับโครงสร้างราคาใหม่ ทุกแพ็คเก็จ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยจะขยับราคาขึ้นประมาณ 1-2 ดอลลาร์ จากราคาเดิม ต่อเนื่องจากที่ขึ้นราคาไปครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ โดยมีรายละเอียดแต่ละแพ็คเก็จดังนี้

  • แพ็กเกจราคาถูกสุดที่มีโฆษณา จากเดิม 7.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 8.99 ดอลลาร์ต่อเดือน 
  • แพ็กเกจมาตรฐาน จากเดิม 17.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน  
  • แพ็กเกจพรีเมียม จากเดิม 24.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 26.99 ดอลลาร์ต่อเดือน


นอกจากนี้ ค่าบริการสมาชิกเพิ่มเติม (ที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน) ก็ปรับเพิ่มเช่นกัน โดยแพ็กเกจที่มีโฆษณา เพิ่มขึ้นจากเดิม  5.99 ดอลลาร์ ขึ้นเป็น 6.99 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้เพิ่มหนึ่งราย ส่วนแพ็กเกจไม่มีโฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 8.99 ดอลลาร์ เป็น 9.99 ดอลลาร์ต่อราย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางเน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับขึ้นราคาดังกล่าวเป็นเฉพาะใน "ตลาดสหรัฐ" เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก

การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการลงทุนด้านคอนเทนต์อย่างหนักของ Netflix รวมถึงการขยายไปสู่คอนเทนต์ถ่ายทอดสดและวิดีโอพอดแคสต์ โดยบริษัทเพิ่งปรับขึ้นราคาครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนมกราคม 2025

ที่ผ่านมา ผู้บริหาร Netflix ได้พยายามให้เหตุผลความจำเป็นในการขึ้นราคามาตลอด โดยชี้ถึงปริมาณคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มและการนำรายได้จากค่าสมาชิกไปลงทุนในโครงการใหม่ๆ 

บริษัทระบุในรายงานผลประกอบการ เดือนมกราคม คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายด้านคอนเทนต์ราว 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มจาก 18,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

ส่วนรายรับรวมในปี 2026 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 50,700 - 51,700 ล้านดอลลาร์ จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิกและการปรับราคาค่าบริการ รวมถึง “การคาดการณ์ว่ารายได้จากโฆษณาจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2026” เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในช่วงเวลาดังกล่าว Netflix ยังอยู่ระหว่างแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท Warner Bros. และบริการสตรีมมิง HBO Max อย่างไรก็ตามในภายหลัง บริษัทตัดสินใจถอนตัวจากดีลนี้ โดยไม่ยื่นข้อเสนอเทียบราคาที่คู่แข่งอย่าง Paramount เสนอเข้ามาสูงกว่าในเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้ บรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ส่วนมากต่างก็ปรับขึ้นราคาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่พยายามผลักดันธุรกิจแบบสมาชิกให้ไปสู่ความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน'


ที่มา: CNBC