ภาคอุตสาหกรรมจีนฟื้นตัวแรงรับต้นปี หลังจีนเอาจริงคุมสงครามราคา-การผลิตล้น ดันกำไรสองเดือนแรกโต 15% แต่ยังต้องจับตาตัวเลขเดือนมี.ค. เพื่อดูผลกระทบจากสงคราม
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดวันนี้ว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมจีน ขยายตัวขึ้น 15.2% ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวแรง 5.3% ในเดือนธ.ค.
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ทางการจีนเดินหน้าสกัดผลกระทบจากภาวะ "กำลังการผลิตล้น" ในภาคอุตสาหกรรม และพยายามกระตุ้นอุปสงค์ผู้บริโภคที่ซบเซา
ก่อนหน้านี้ในปี 2025 กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่นับเป็นการ "หยุดการหดตัวติดต่อกัน 3 ปี" หลังทางการจีนพยายามควบคุม "สงครามราคา" ที่รุนแรง และบริษัทต่างๆ หันไปพึ่งพา "ส่งออก" มากขึ้นเพื่อเจาะอุปสงค์ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ยังคงต้องจับตาดูตัวเลขเดือนมี.ค. ต่อไป เพราะเป็นเดือนแรกที่ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.
ปักกิ่งได้พยายามจำกัดผลกระทบจากการขนส่งน้ำมันตะวันออกกลางที่หยุดชะงักลง ซึ่งทำให้เกิดวิกฤติการณ์พลังงานโลก ทางการจีนได้ดำเนินการไปหลายอย่างจนกระทั่งเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ต้องปรับเพิ่มเพดานราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลในที่สุด แต่ลดการปรับขึ้นแค่ประมาณครึ่งหนึ่งของระดับที่ปกติจะนำมาใช้ เพื่อบรรเทาแรงกระแทกต่อผู้บริโภค
อย่างไรก็ดี ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อ "จีน" ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก "น้อยกว่าหลายประเทศ" เนื่องจากจีนมีคลังสำรองน้ำมันขนาดใหญ่และมีแหล่งพลังงานทางเลือก ขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลมายังจีนต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น





